เทศน์วันสงกรานต์ วันอังคารที่ ๑๔ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 17 เมษายน 2026.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,300
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,108
    ค่าพลัง:
    +26,913
    เทศน์วันสงกรานต์
    วันอังคารที่ ๑๔ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

    [yt]J47UBFYr2i4[/yt]

    เทศน์เริ่มนาทีที่ ๐๙.๐๕


    นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
    นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
    นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

    ธมฺมจารี สุขํ เสตีติฯ

    ณ บัดนี้ อาตมภาพรับหน้าที่วิสัชชนาในธรรมกถา เพื่อเป็นเครื่องโสรจสรงองคศรัทธาบารมีของบรรดาทานิสสราธนบดีทั้งหลาย ที่พร้อมใจกันมาบำเพ็ญกุศลเนื่องในวันสงกรานต์ ณ วัดท่าขนุนแห่งนี้

    ญาติโยมทั้งหลาย สงกรานต์นั้นเป็นการกำหนด หรือว่า ในเรื่องของการบัญญัติตามสุริยคติ ก็คือ การโคจรของดวงอาทิตย์ ซึ่งโบราณนั้นได้กำหนดส่วนของการโคจรออกเป็นระยะ ๆ อย่างเช่นว่า ราศีกุมภ์ ราศีมีน ราศีเมษ เป็นต้น เมื่อถึงช่วงที่พระอาทิตย์ยกย้ายจากราศีมีนขึ้นสู่ราศีเมษ ตามประเพณีของบ้านเราก็ถือว่าเป็นช่วงขึ้นปีใหม่ คือ เป็นช่วงที่พระอาทิตย์ร้อนแรงที่สุด ตามความเชื่อของเขาก็คือว่าเป็นต้นกำเนิดแห่งสรรพชีวิตทั้งปวง จึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีและน่าฉลองชัย จนกระทั่งกำหนดกลายเป็นธรรมเนียมประเพณีในวันสงกรานต์ขึ้นมา

    การคำนวณตาม "สุริยคติ" หรือที่เรียกว่า "สุริยยาตร์" หรือ "สุริยยาตรา" นั้น วันมหาสงกรานต์ คือ วันขึ้นปีใหม่จริง ๆ ของปีนี้ ก็คือตรงกับวันที่ ๑๔ เมษายน ๒๕๖๙ จุลศักราช ๑๓๘๘ อัฐศก เวลา ๑๐.๔๓ น. ก็คืออีกประมาณชั่วโมงเศษ ๆ นี้เอง

    เนื่องเพราะว่า..การโคจรของดวงอาทิตย์ในแต่ละปีนั้นจะมีเศษขาดบ้างเกินบ้าง เมื่อคำนวณแล้วจึงไม่ได้ตรงกับวันที่ ๑๓ เมษายน ของทุกปี ในปีนี้วันมหาสงกรานต์หรือวันขึ้นปีใหม่จริง ๆ ก็จะตรงอยู่กับวันนี้และในเวลา ๑๐.๔๓ น. นั่นเอง แปลว่า..ท่านทั้งหลายมาทำบุญวันนี้ ก็คือ การทำบุญปีใหม่
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,300
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,108
    ค่าพลัง:
    +26,913
    คำว่า "ทำบุญ" นั้นก็คือ การที่เราสร้างสมคุณงามความดีต่าง ๆ เอาไว้เพื่อเป็นเสบียง เหมือนอย่างกับเตรียมตัวเดินทางไกล การเดินทางไกลนั้นเราจะต้องถึงพร้อมด้วยเสบียงอาหาร ด้วยน้ำดื่ม ด้วยยารักษาโรค และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ

    แต่ว่า..การเดินทางไปยังโลกหน้า เราจะต้องเตรียมเสบียงบุญไว้ให้เพียงพอ โบราณาจารย์หรือว่าบรรพบุรุษของเราจึงได้กำหนดเอาเทศกาลต่าง ๆ เป็นระยะของการสั่งสมบุญกุศล ดังที่เรามาที่วัดท่าขนุนแห่งนี้ เราก็ได้ให้ทาน คือ การใส่บาตร เราได้รักษาศีล ซึ่งเมื่อครู่ได้สมาทานไป แล้วก็ได้ฟังเทศน์ฟังธรรม เพื่อที่จะสร้างเสริมปัญญาให้เกิด รู้ว่าอะไรดีอะไรควร..เราจะได้รีบกระทำ รู้ว่าอะไรไม่ดีไม่ควร..เราก็จะได้ละเว้น

    หลังจากนั้นแล้วก็ยังมี การฟังพระเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อสร้างเสริมสมาธิของเราให้มั่นคงยิ่ง ๆ ขึ้นไป โดยเฉพาะ..เมื่อสมาธิของเรามั่นคงก็จะเป็น 'ผู้มีสติ' ไม่ประมาทในทุกเมื่อ โดยเฉพาะไม่ประมาทในการสร้างสมคุณงามความดีให้กับตัวเอง
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,300
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,108
    ค่าพลัง:
    +26,913
    ทุกท่านจะต้องเข้าใจว่า..ในเรื่องของการให้ทานนั้น องค์สมเด็จพระภควันบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสเอาไว้ว่า "ททมาโน ปิโย โหติ" ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก ก็คือ ถ้าเรารู้จักเสียสละให้ปันแก่ผู้อื่น อย่างน้อยบุคคลที่รับไปก็ต้องเกิดความรักความปรารถนาดีต่อเรา

    เนื่องเพราะว่า..ได้รับการช่วยเหลือจากเราไป เมื่อถึงเวลาไปบอกไปกล่าวแก่ญาติพี่น้องของเขา ทุกคนก็จะเกิดความรักความปรารถนาดีต่อเราไปด้วย เมื่อถึงเวลา..คุณงามความดีตรงนี้เลื่องลือออกไป ก็จะกลายเป็นเกราะคุ้มครองป้องกันตัวของเราเอง ว่า..บุคคลนี้เป็นคนดี มีแต่การช่วยเหลือคนอื่น คนที่คิดจะเบียดเบียนเราให้เดือดร้อน ก็จะลดความคิดนี้ลง เพราะรู้ว่าเราเป็นคนดี ถ้าทำให้คนดีเดือดร้อน ตนเองก็จะได้รับทุกข์รับโทษมากกว่าคนอื่นเขา

    คุณงามความดีของการรักษาศีลนั้น..
    อันดับแรกเลย ก็คือ ทำให้เราเป็นผู้ปลอดภัยในที่ทุกสถาน ในกาลทุกเมื่อ เนื่องเพราะว่า..ธรรมชาติของบุคคลทั้งหลาย ย่อมไม่มีใครอยากให้ผู้อื่นมาฆ่าเรา มาทำร้ายเรา เราจึงไม่ควรที่จะไปฆ่าใคร หรือว่า ทำร้ายใคร
    .
    ไม่มีใครอยากให้คนอื่นมาลักขโมยหยิบฉวยช่วงชิงข้าวของของเรา เราก็ควรละเว้น..ไม่ไปหยิบฉวยช่วงชิงลักขโมยข้าวของของใคร
    .
    เราไม่ปรารถนาให้คนอื่นมาแย่งชิงคนที่เรารัก ของที่เรารัก เราก็อย่าไปแย่งชิงของที่คนอื่นเขารัก หรือ คนที่คนอื่นเขารัก
    .
    เราอยากจะฟังแต่ความสัตย์ความจริง เราก็อย่าไปโกหกหลอกลวงใคร
    .
    และท้ายสุด..อยากเป็นผู้มีสติสมบูรณ์ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่ผิดไม่พลาด เราก็อย่าไปดื่มสุราเมรัยจนขาดสติ
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,300
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,108
    ค่าพลัง:
    +26,913
    สิ่งทั้งหลายเหล่านี้..เมื่อท่านทั้งหลายตั้งหน้าตั้งตาทำ ไม่ว่าจะเป็นการให้ทานก็ดี การรักษาศีลก็ตาม ย่อมสร้างคุณงามความดีให้เกิดขึ้นในเบื้องต้น ให้เกิดขึ้นในท่ามกลาง

    ท่านทั้งหลายก็เพิ่มการเจริญภาวนาเข้าไป ไม่ว่าจะก่อนนอนหรือตื่นนอน ระลึกถึงคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ระลึกถึงคุณของพ่อแม่ครูบาอาจารย์ แล้วภาวนาจับลมหายใจเข้าออกสัก ๕ นาที ๑๐ นาที พยายามสร้างสมอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ กำลังใจของเราที่ทำจนเคยชินจนมั่นคง ถึงเวลาย่อมเป็นหลักประกันได้ว่า เราจะมีสุคติเป็นที่ไป ณ เบื้องหน้า

    จึงสมกับบาลีที่ได้ยกขึ้นในเบื้องต้นว่า "ธมฺมจารี สุขํ เสติ" แปลความได้ว่า บุคคลผู้ประพฤติธรรมย่อมมีความสุข ก็คือ มีความสุขทั้งในชาติปัจจุบันนี้ และมีความสุขในชาติต่อ ๆ ไป

    เนื่องเพราะว่า..
    ผลของการให้ทานนั้น ย่อมทำให้ในอนาคต เราเป็นผู้สมบูรณ์บริบูรณ์ด้วยโภคสมบัติ
    บุญของการรักษาศีลนั้น ทำให้เราเป็นผู้มีรูปสวย มีจิตใจดีงาม ไม่เจ็บไข้ได้ป่วย ไม่สูญเสียทรัพย์สินด้วยภัยต่าง ๆ

    บุญของการเจริญภาวนานั้น ทำให้เราเป็นผู้มีสติ มีปัญญามาก
    ถ้าเกิดปัญหาในทางโลกขึ้น เราก็แก้ไขให้ลุล่วงไปได้โดยง่าย
    ถ้าเกิดปัญหาในทางธรรมขึ้น เราก็จะมีปัญญาญาณที่มองเห็นช่องทางว่า สิ่งไหนควรละ สิ่งไหนควรประพฤติ ก็จะเว้นในสิ่งที่ควรเว้น กระทำในสิ่งที่ควรกระทำ ทำให้ภพภูมิของเรามั่นคงขึ้นไปเรื่อย ๆ
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,300
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,108
    ค่าพลัง:
    +26,913
    ท่านทั้งหลายที่มาบำเพ็ญกุศลเนื่องในวันมหาสงกรานต์ ณ วัดท่าขนุน แห่งนี้ เท่ากับว่า..ท่านกำลังปฏิบัติตามคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็คือ เป็นผู้ที่ไม่ประมาทในเรื่องของกองบุญการกุศล เป็นผู้ที่เตรียมพร้อมอยู่ในที่ทุกสถาน ในกาลทุกเมื่อ

    บุคคลเช่นนี้ย่อมเป็นผู้ไม่หวั่นไหวต่อมรณภัยที่มาถึง เนื่องเพราะมั่นใจว่า..คุณงามความดีในการประพฤติธรรมนั้นย่อมรักษาตัวตนของเรา และถึงเวลา..บุญกุศลทั้งหลายเหล่านี้ก็ย่อมนำพาท่านไปสู่สุคติสมดังที่ปรารถนา

    เปรียบดังธัมมิกอุบาสก ซึ่งเป็นบุคคลที่สามารถเห็นเทวดานำรถทิพย์มารับ เพื่อที่จะเดินทางไปสู่สุคติภูมิ เพียงแต่ว่า..เทวดาในสวรรค์ทุกชั้นต่างก็ต้องการให้ธัมมิกอุบาสกไปอยู่กับตน จึงนำเอารถทิพย์มาแย่งกันรับ

    ธัมมิกอุบาสกสอบถามลูกหลานของตนเองว่า สวรรค์ชั้นไหนที่ถือว่าดีที่สุด ลูกหลานบอกว่า ต้องเป็นสวรรค์ชั้นดุสิต เพราะว่า พระโพธิสัตว์ทั้งหลายเกิดอยู่ ณ ที่นั้น ธัมมิกอุบาสกจึงนำเอาพวงมาลัยคล้องงอนรถที่มาจากสวรรค์ชั้นดุสิต ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าตนเองตั้งใจจะรับไปสวรรค์ชั้นนี้ เป็นต้น

    เราท่านทั้งหลาย..แม้ว่าสร้างสมคุณงามความดีไม่เท่ากับธัมมิกอุบาสก ไม่ได้เห็นเทวดานำรถทิพย์มารับด้วยตาตนเองก็ดี แต่ถ้าท่านทั้งหลายมั่นใจในคุณพระศรีรัตนตรัย มีใจอยู่กับทาน กับศีล กับภาวนาอยู่ทุกวัน แม้จะไม่ใช่เทศกาลสงกรานต์หรือว่าวันสำคัญใด ๆ ท่านทั้งหลายก็มีการทำบุญ ใส่บาตร เจริญสมาธิภาวนา ถือศีลปฏิบัติธรรมเป็นปกติ ถ้าทำจนมั่นคงแล้วก็ย่อมเป็นเครื่องประกันได้ว่า ท่านทั้งหลายก็จักมีสุคติเป็นที่ไป ณ เบื้องหน้า เช่นเดียวกับธัมมิกอุบาสกนั่นเอง..!
     
  6. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,300
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,108
    ค่าพลัง:
    +26,913
    เทสนาวสาเน ท้ายสุดแห่งพระธรรมเทศนา อาตมภาพขอตั้งสัตยาธิษฐาน อ้างคุณพระศรีรัตนตรัย มีพระพุทธรัตนะ พระธรรมรัตนะ และพระสังฆรัตนะเป็นประธาน มีบารมีของอดีตเจ้าอาวาสวัดท่าขนุนทั้งหลายทั้งปวง ซึ่งมีหลวงปู่สาย อคฺควํโส เป็นที่สุด รวมทั้งกุศลบารมีในทาน ในศีล ในภาวนา ที่ท่านทั้งหลายบำเพ็ญมาด้วยดีแล้ว จงมารวมกันเป็นตบะเดชะพลวปัจจัย ดลบันดาลให้ทุกทั้งหลายมีความปลอดภัยในที่ทุกสถานในกาลทุกเมื่อ แม้ว่าประสงค์จำนงหมายสิ่งหนึ่งประการใด ที่เป็นไปโดยชอบประกอบด้วยธรรมแล้วไซร้ ก็ขอให้ความปรารถนาของท่าน จงสำเร็จสัมฤทธิ์ผล สมดังมโนรถจงทุกประการ

    รับหน้าที่วิสัชชนามาในธรรมกถาก็พอสมควรแก่เวลา จึงขอสมมติยุติพระธรรมเทศนาลงคงไว้แต่เพียงเท่านี้ เอวัง ก็มีด้วยประการฉะนี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เทศน์วันสงกรานต์ ณ วัดท่าขนุน
    วันอังคารที่ ๑๔ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)

     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...