ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,495
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ความตึงเครียดที่โหมกระพือขึ้นระหว่างไทยกับกัมพูชา สืบทอดมรดกมาจากแผนที่ที่ร่างอย่างลวกๆย้อนกลับไปในยุคสมัยอาณานิคมฝรั่งเศส ประเด็นดังกล่าวส่งผลกระทบต่อกัมพูชา ในพื้นที่คลองใหญ่ แหลมริมฝั่งของไทยที่มีความยาวราวๆ 48 กิโลเมตร หลายพื้นที่ที่มีความกว้างไม่ถึง 1.6 กิโลเมตร เป็นอุปสรรคขัดขวางกัมพูชาในการเข้าถึงทะเล

    ในเหตุสู้รบตามแนวชายแดนเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา กองทัพเรือไทย ภายใต้การยิงสนับสนุนทางเรือ ปัดเป่าความพยายามของกัมพูชาในการยึดการเข้าถึงทะเลข้ามแหลมแผ่นดินแคบๆดังกล่าว แต่ลงไปทางใต้ บริเวณที่มีชายแดนติดกับเวียดนาม เวลานี้กัมพูชากำลังเผชิญปัญหาร้ายแรงกว่ามาก ตามรายงานของ Maritime Executive สื่อด้านขนส่งทางทะเลของสหรัฐฯ

    รายงานของ Maritime Executive ระบุว่า กัมพูชา ภายใต้แรงสนับสนุนทางการเงินของจีน ซึ่งจำกัดอยู่ที่ 49% กำลังสร้างคลองฟูนันเตโช เชื่อมแม่น้ำแม่โขงผ่านกัมพูชา ตรงออกสู่อ่าวไทย ใกล้กับท่าเรือสีหนุ เส้นทางดังกล่าวหมายความว่าเรือต่างๆจะไม่จำเป็นต้องล่องผ่านสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงในดินแดนของเวียดนามอีกต่อไป เพื่อเข้าถึงทะเลเปิด ที่ผ่านมา เวียดนาม ได้ประโยชน์ทางพาณิชย์จากภูมิศาสตร์การเมืองในปัจจุบัน เนื่องจากกัมพูชาจำเป็นต้องล่องเรือผ่านดินแดนเวียดนาม และเท่ากับว่านครโฮจิมินห์ กลายเป็นท่าเรือขาเข้าสำหรับเส้นทางสัญจรในแม่น้ำโขงที่เข้าสู่กัมพูชา ธุรกิจนี้จะแย่ลงหากว่าคลองฟูนันเตโชเปิดทำการ

    นอกจากนี้แล้วเวียดนามยังกังวลเกี่ยวกับการเบี่ยงกระแสน้ำจากแม่น้ำโขงไปยังคลองฟูนันเตโช ที่จะลดระดับน้ำในดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง และก่ออันตรายแก่เส้นทางการขนส่งสินค้า

    ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง เป็นภูมิภาคที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศเวียดนาม เป็นพื้นที่ที่แม่น้ำโขงไหลลงสู่ทะเลจีนใต้และเป็นที่ราบลุ่มอุดมสมบูรณ์ มีเครือข่ายแม่น้ำสาขามากมาย เป็นแหล่งผลิตข้าวที่สำคัญของเวียดนาม และมีเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรและการประมงเป็นอย่างมาก

    Maritime Executive ระบุว่าหลังพยายามประสานงานเจรจามาอย่างต่อเนื่อง แต่ประสบความล้มเหลวมาตลอด เวลานี้เวียดนามตอบโต้ด้วยการวางแผนสร้างถนนหรือสะพานจากแผ่นดินใหญ่ เชื่อเมืองท่าห่าเตียนกับเกาะฟู้โกว๊ก

    รายงานของ Maritime Executive ระบุเวียดนามอ้างว่ากำลังเดินหน้าโครงการนี้ และมีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2027 อย่างไรก็ตามในขณะที่มีความตั้งใจเช่นนั้น แต่มีเสียงพูดคุยบนสื่อสังคมออนไลน์เวียดนามและภาพถ่ายทางดาวเทียม ที่เผยให้เห็นว่าจนถึงตอนนี้ทางข้ามดังกล่าวยังคงสร้างได้ไม่ยาวนัก และบางทีเวียดนามอาจกำลังรอดูท่าทีและความคืบหน้าเพิ่มเติมของกัมพูชาในโครงการขุดคลองฟูนันเตโช เพื่อจะเร่งรัดโครงการก่อสร้างของตนเองต่อไป

    ด้วยการสร้างถนนสะพานใกล้กับปากทางเข้าคลองฟูนันเตโช ทางเวียดนามจะไม่จำกัดการเข้าถึงโดยสิ้นเชิง มันจะเป็นสะพานสำหรับเรืองประมงในทางข้ามดังกล่าว และจะยังคงสามารถเข้าออกคลองฟูนันเตโชได้ แต่มีเพียงเส้นทางเดียวคือผ่านน่านน้ำของกัมพูชาไปยังทางเหนือของเกาะเกาะฟู้โกว๊ก เส้นทางนี้มีความกว้างที่แคบที่สุดเพียง 1.3 กิโลเมตร และเขตแดนทางทะเลดังกล่าวอาจไม่เปิดทางให้กัมพูชาเข้าถึงช่องทางน้ำลึกที่จำเป็นสำหรับเรือเดินสมุทร

    Maritime Executive ระบุว่าเวียดนามไม่อยู่ในอารมณ์ประนีประนอมหรือทำให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับกัมพูชา ภายใต้ร่มเงาของอาเซียน กองทัพเรือของทั้ง 2 ประเทศยังคงแกล้งทำเป็นกำลังมีความสุขกับความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเพื่อนบ้าน โดยเรือลาดตระเวณ P251 ชั้น TP-01 ของเวียดนาม ได้ทำการฝึกซ้อมรบร่วมกับเรือตรวจการณ์ Koh Kras ชั้น Koh Svay ของกองทัพเรือกัมพูชาในเดือนมีนาคมปีนี้ แต่ขณะเดียวกันพบเห็นกองเรือลาดตระเวณของเวียดนามสำแดงสรรพกำลังร่วมกับกองเรือลาดตระเวณอื่นๆอีก 4 ลำของ กองพลที่ 127 แห่งกองทัพเรือเวียดนาม ในพื้นที่เดียวกันเมื่อเดือนที่แล้ว

    (ที่มา: Maritime Executive)

    https://www.facebook.com/share/p/1hMesC4kNk/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,495
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Nov 24, 2025 ไม่ค่อยดี! ‘สภาพัฒน์’ เปิดข้อมูลบ้านถูกยึด ผ่อนต่อไม่ไหว พุ่ง 210% จากปีก่อน ส่วนใหญ่เป็นบ้านราคาต่ำกว่า 1 ล้าน กรมบังคับคดีประกาศขายมูลค่าแตะ 1.2 แสนล้าน 67,641 หน่วย

    นางสาวอ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยระหว่างการแถลงภาวะสังคมไทยไตรมาส 3/2568 วันนี้ (24 พ.ย.) ว่าจากข้อมูลหนี้สินครัวเรือนที่ สศช.ติดตามข้อมูลพบว่ามีประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญ ได้แก่การเร่งให้ความช่วยเหลือลูกหนี้บ้านก่อนเข้าสู่กระบวนการบังคับคดี โดยปัจจุบันพบแนวโน้มที่อยู่อาศัยที่ถูกยึดและขายทอดตลาดเพิ่มขึ้น ซึ่งต้องเร่งรัดให้มีการไกล่เกลี่ยหนี้ทั้งก่อนหรือหลังการบังคับคดี เพื่อลดผลกระทบต่อการสูญเสียที่อยู่อาศัยในกลุ่มนี้

    โดยข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์พบว่าที่อยอยู่อาศัยที่ถูกยึดและขายทอดตลาดมีจำนวนทั้งสิ้น 67,641 หน่วย รวมมูลค่ากว่า 1.2 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 210.1% แะยังพบว่าส่วนใหญ่เป็นบ้านหรือที่อยู่อาศัยที่ราคาไม่ถึง 1 ล้านบาท ซึ่งเหตุผลหลักที่มีการยึดบ้านหรือที่อยู่อาศัยมาขายทอดตลาดเนื่องจากลูกหนี้กลุ่มนี้ขาดความสามารถในการผ่อนต่อได้หลังจากภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นหลังจากการผ่อนในช่วงแรกแล้ว เมื่อมาเจอดอกเบี้ยในการกู้เพิ่มมากขึ้นในช่วงเวลาต่อมาจึงไม่สามารถผ่อนต่อได้ไหว และกลุ่มนี้ไม่ได้เข้าสู่กระบวนการรีไฟแนนซ์เพื่อลดดอกเบี้ย

    จากการศึกษาของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พบว่า 1 ใน 3 ของของลูกหนี้ในคดียึดทรัพย์ยังคงติดอยู่ในวงจรหนี้ แม้ทรัพย์สินจะถูกขายทอดตลาด ยังอาจถูกยึดทรัพย์หรืออายัดทรัพย์สินเพิ่มเติมจึงต้องเร่งดำเนินมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ก่อนเข้าสู่กระบวนการบังคับคดีเพื่อลดผลกระทบจากการสูญเสียสีที่อยู่อาศัย

    ส่วนสถานการณ์หนี้สินครัวเรือนไตรมาสสอง ปี 2568 หนี้สินครัวเรือนมีมูลค่า 16.31 ล้านล้านบาท ลดลง 0.3% ต่ำสุด 6 ไตรมาส ตามการหดตัวของสินเชื่อสถาบันการเงิน ส่งผลให้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ปรับลดลง ส่งผลให้สัดส่วนหนี้สินครัวเรือนต่อ GDP ปรับลดลงมาอยู่ที่ 86.8% จาก 87.1% ของไตรมาสหนึ่ง ขณะที่สินเชื่อส่วนบุคคลที่ค้างชำระเกิน 90 วันขึ้นไป (NPLs) จากข้อมูลเครดิตบูโรมีมูลค่า 1.24 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน NPLs ต่อสินเชื่อรวม 9.11% เพิ่มขึ้นจาก 8.78% ของไตรมาสที่ผ่านมา และเป็นการปรับเพิ่มขึ้นในทุกประเภทสินเชื่อ

    อย่างไรก็ตามสัดส่วนสินเชื่อที่ค้างชำระระหว่าง 1 – 3 เดือน (SMLs) ต่อสินเชื่อรวมปรับลดลงจากมาตรการ การปรับปรุงโครงสร้างหนี้อย่างต่อเนื่อง ส่วนสถานการณ์ในระยะต่อไปมองว่าสถานการณ์หนี้ครัวเรือนจะปรับเพิ่มขึ้นได้หลังจากที่โครงการปิดหนี้ไวไปต่อได้ที่มีการแยกเอาหนี้เสียที่เป็นหนี้ NPL ออกมาบริหารโดยบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) จะเป็นการแก้ปัญหาเรื่องหนี้เสียในระบบทำให้ลูกหนี้แก้ปัญหาได้ตรงจุด และธนาคารพาณิชย์จะสามารถกลับปล่อยสินเชื่อได้เพิ่มขึ้นในระยะต่อไป

    #หนี้นอกระบบ #บ้านถูกยึด #สินเชื่อบ้าน #กรมบังคับคดี #สภาพัฒน์ #BTimes
    https://www.facebook.com/share/17gG1nzaF2/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,495
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Nov 24, 2025 ผ่านฉลุย! ครม.เศรษฐกิจ ไฟเขียว ‘Thailand FastPass’ ปลดล็อกลงทุนจริง กว่า 4.8 แสนล้าน นำร่องลงทุน 80 โครงการ ดันเม็ดเงินลงทุนเข้าระบบเศรษฐกิจ
    .
    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 ที่ประชุมได้เห็นชอบมาตรการเร่งรัดการลงทุนและการส่งเสริมการลงทุนเพื่ออนาคต โดยมอบหมายให้บีโอไอขับเคลื่อนและดำเนินการ 3 มาตรการ ได้แก่
    1. มาตรการ Thailand FastPass และการแก้ไขปัญหา/อุปสรรคเพื่อเร่งรัดให้เกิดการลงทุนโดยเร็ว โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมสำคัญที่มีการลงทุนสูง เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์ การพัฒนานิคมอุตสาหกรรม การผลิตพลังงานสะอาด และกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์
    .
    การจัดทำระบบ Thailand FastPass เป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างมาก โดยจะเป็นกลไกใหม่ที่นำมาใช้เพื่อปลดล็อกอุปสรรคของโครงการลงทุนขนาดใหญ่ ให้สามารถเดินหน้าลงทุนได้อย่างรวดเร็ว และจะนำไปสู่กระบวนการแก้ไขกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคอย่างถาวร รวมถึงการจัดหาพลังงานสะอาดเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของนักลงทุน โดยมอบหมายให้บีโอไอพิจารณากำหนดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เช่น สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และการไฟฟ้านครหลวง เป็นต้น และติดตามการจัดทำ SLA ของหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อปลดล็อกต่อไป โดยตั้งเป้าให้การพิจารณาอนุมัติ/อนุญาตเร็วขึ้นอย่างน้อยร้อยละ 20–50 เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุน และกระตุ้นให้เกิดการลงทุนจริงอย่างรวดเร็ว พร้อมดำเนินการภายในเดือนธันวาคม 2568
    .
    2. มาตรการสร้างบุคลากรทักษะสูงสำหรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ (Upskill & Reskill) จำนวน 1 แสนคน และ 3) มาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยมาตรการที่ 2 และ 3 จะใช้เงินจากกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันฯ ในวงเงินประมาณ 5,000 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยโดยเร็วและวางรากฐานการเติบโตในระยะต่อไป โดยได้มอบหมายบีโอไอประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ดำเนินการขับเคลื่อน
    .
    นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า นอกจากกลไก Thailand FastPass แล้ว ในส่วนของการแก้ไขปัญหา/อุปสรรคเพื่อเร่งรัดการลงทุนในระยะสั้น บีโอไอได้คัดเลือกโครงการขนาดใหญ่ที่จะมีผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพื่อนำร่องแก้ไขปัญหาจำนวน 80 โครงการ มูลค่าลงทุนรวม 4.8 แสนล้านบาท โครงการส่วนใหญ่ประสบปัญหาด้านระบบเครือข่ายสายส่งไฟฟ้ามีข้อจำกัดในบางพื้นที่ ปัญหาการจัดหาที่ดินอุตสาหกรรม ปัญหาด้านวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน รวมถึงปัญหาการขอใบอนุมัติ/อนุญาตต่าง ๆ สำหรับการประกอบธุรกิจ โดยที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบแนวทางแก้ไขปัญหาด้านการลงทุน ดังนี้
    .
    ด้านระบบส่งไฟฟ้าและพลังงานสะอาด เพื่อให้ผู้ลงทุนมีพลังงานไฟฟ้าอย่างเพียงพอ จึงมีมติให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เร่งรัดการออกประกาศหลักเกณฑ์การวางหลักประกันการใช้โครงข่ายระบบไฟฟ้า เพื่อให้เกิดการลงทุนขยายระบบสายส่งไฟฟ้าให้เข้าถึงพื้นที่เป้าหมายตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรม และให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและการไฟฟ้านครหลวง เร่งออกหนังสือยืนยันการจ่ายพลังงานไฟฟ้าสำหรับกิจการ Data Center ที่เตรียมลงทุน นอกจากนี้ เพื่อให้มีกลไกพลังงานสะอาดในราคาที่แข่งขันได้ เพื่อตอบโจทย์ทิศทางการลงทุนสีเขียวในอนาคต จึงให้สำนักงาน กกพ. เร่งออกประกาศหลักเกณฑ์และอัตราค่าบริการไฟฟ้าสีเขียวแบบที่ 2 (UGT2) และโครงการนำร่องซื้อขายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนโดยตรง (Direct PPA) ให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2568 นอกจากนี้ ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิต การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวงวางแผนการลงทุนโครงข่ายระบบไฟฟ้าเพื่อรองรับโครงการลงทุนสำคัญต่อไป
    ด้านพื้นที่ลงทุน เพื่อจัดเตรียมพื้นที่รองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ให้กรมโยธาธิการและผังเมือง ประสานกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสำนักงาน EEC (กรณีในพื้นที่ EEC) เพื่อพิจารณาทบทวนการวางและปรับปรุงผังเมืองรวมและผังชุมชน กำหนดแนวทางการเพิ่มพื้นที่นิคมฯ รองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมในอนาคต ภายในเดือนมีนาคม 2569 และให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จัดทำแนวทางผ่อนผันให้อนุญาตขุดถมดินเพื่อเตรียมพร้อมที่ก่อสร้างไปพลางก่อนระหว่างยื่นความเห็นชอบรายงาน EIA ให้แล้วเสร็จภายในเดือนมกราคม 2569 ทั้งนี้ ให้บีโอไอประสานกับคณะกรรมการขับเคลื่อนเร่งรัดและติดตามนโยบายสำคัญของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคด้านกฎหมายต่อไป
    .
    ด้านวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการบุคลากรต่างชาติทักษะสูงที่จะเข้ามาทำงานในกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน จึงให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและกรมการจัดหางาน เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ให้เพียงพอต่อปริมาณงาน เพื่อลดระยะเวลาการรอคอยวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน และให้กรมการจัดหางาน พิจารณายกเว้นการใช้ระบบ e-Work Permit ซึ่งยังพัฒนาไม่เสถียร สำหรับการบริการที่ศูนย์วันสต็อป ภายในเดือนธันวาคม 2568 และให้ปรับปรุงระบบ e-Work Permit สำหรับศูนย์วันสต็อป ให้มีประสิทธิภาพและทดสอบระบบจนเสถียร ให้แล้วเสร็จภายในเดือนมกราคม 2569 พร้อมเชื่อมโยงระบบ Single Window ของบีโอไอกับระบบ e-Visa ของกรมการกงสุลให้แล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 โดยให้ทุกหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคทั้ง 3 ด้าน รายงานผลการดำเนินการต่อบีโอไอต่อไป
    .
    ด้านการขอใบอนุมัติ/อนุญาตต่าง ๆ สำหรับการประกอบธุรกิจ บีโอไอจะเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามการออกใบอนุญาตเป็นรายกรณี โดยเฉพาะใบอนุญาตที่มีผลต่อการเริ่มต้นธุรกิจ เพื่อให้โครงการต่างๆ สามารถเดินหน้าลงทุนตามแผนโดยเร็ว และจะนำกลไก Thailand FastPass มาใช้เร่งรัดในระยะต่อไป
    .
    ทั้งนี้ โครงการขนาดใหญ่ที่เป็นเป้าหมายของบีโอไอในการเร่งรัดให้เกิดการลงทุนจำนวน 80 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 4.8 แสนล้านบาท ประกอบด้วย 2 ส่วนคือ 1) โครงการขนาดใหญ่ที่ได้รับอนุมัติในช่วงปี 2566–2567 แต่ยังติดปัญหาไม่สามารถเริ่มดำเนินการได้ 65 โครงการ มูลค่าลงทุน 271,738 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาบีโอไอได้เร่งประสานงานเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะรายให้กับนักลงทุนในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ทำให้มีโครงการบางส่วนสามารถเริ่มลงทุนจริงหรือมีแผนเริ่มลงทุนที่ชัดเจนแล้ว 40 โครงการ มูลค่า 148,543 ล้านบาท โดยยังเหลือโครงการที่ติดปัญหา/อุปสรรคสำคัญต่างๆ เช่น ด้านระบบส่งไฟฟ้าและพลังงานสะอาด ด้านการจัดหาพื้นที่ และใบอนุมัติ/อนุญาตต่างๆ จำนวน 25 โครงการ มูลค่า 123,195 ล้านบาท และ 2) โครงการขนาดใหญ่ที่เพิ่งได้รับอนุมัติในปี 2568 ที่ประสบปัญหาคล้ายกันและจะนำมาแก้ไขในคราวเดียวกันอีก 15 โครงการ มูลค่า 216,742 ล้านบาท โดยบีโอไอจะติดตามและเร่งรัดให้โครงการทั้งหมดเดินหน้าได้ เพื่อช่วยกระตุ้นเม็ดเงินลงทุนจริงและการจ้างงานในระบบเศรษฐกิจในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ รวมถึงผลักดันการเติบโตต่อเนื่องในปี 2569
    .
    นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบ มาตรการสร้างบุคลากรทักษะสูงสำหรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ (Upskill & Reskill) ที่ตั้งเป้าพัฒนาบุคลากรจำนวน 100,000 คน แบ่งออกเป็นนักศึกษาที่เตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน 30,000 คน และแรงงานที่ต้องการยกระดับหรือปรับเปลี่ยนทักษะ (Upskill & Reskill) 70,000 คน โดยการจัดอบรมและยกระดับทักษะแรงงานระดับ ปวส. ขึ้นไป ผ่านรูปแบบการฝึกอบรมทั้ง Bootcamp, การเรียนแบบ Onsite และ Online รวมถึงการฝึกปฏิบัติจริงในสถานประกอบการ โดยต้องยื่นคำขอภายในเดือนมกราคม 2569 และดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือนหลังออกบัตรส่งเสริม และ มาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ที่จะให้เงินสนับสนุน 30–50% ของเงินลงทุนและค่าใช้จ่ายจริง สูงสุด 100 ล้านบาทต่อบริษัท สำหรับการยกระดับประสิทธิภาพธุรกิจด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ การวิจัยและพัฒนา (R&D) และการปรับเปลี่ยนสู่ธุรกิจใหม่หรืออุตสาหกรรมสีเขียว โดยผู้ขอต้องเป็นนิติบุคคลที่มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นไทยอย่างน้อย 51% ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ทั้งนี้ ต้องยื่นคำขอภายในเดือนมกราคม 2569 และดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 12 เดือนหลังออกบัตรส่งเสริม
    .
    “มาตรการ Thailand FastPass และแพ็กเกจใหม่ของบีโอไอ ทั้งเรื่องการยกระดับทักษะบุคลากรไทยให้ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรมใหม่ และการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้ปรับตัวเพื่อแข่งขันได้ ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือเร่งรัดการลงทุนในระยะสั้นเท่านั้น แต่เป็นการเริ่มแก้ไขอุปสรรคในเชิงระบบ พร้อมทั้งสร้างระบบนิเวศการลงทุนที่ทันสมัยและตอบโจทย์ทิศทางในอนาคตของภาคอุตสาหกรรม เพื่อวางรากฐานเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง” นายนฤตม์ กล่าว
    .
    อ่านเพิ่มเติม คลิก https://tinyurl.com/26le4nvw
    .
    Website: https://btimes.biz
    Facebook: https://web.facebook.com/btimesch3
    YouTube: https://www.youtube.com/@BTimes_ch3
    TikTok : https://www.tiktok.com/@btimes_ch3
    .
    #ครมเศรษฐกิจ #คลัง #ลงทุน #ThailandFastPass #BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/18w3XTQsjY/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,495
    ค่าพลัง:
    +97,153
    [​IMG]ไม่ใช่แค่ที่หาดใหญ่ หลายจังหวัดในภาคใต้น้ำท่วมหนักมาก หลายพื้นที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ ขาดแคลนอาหารและสิ่งของจำเป็น ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบอุทกภัยทุกพื้นที่…
    [​IMG]
    ttps://www.facebook.com/photo?fbid=122117954175000464&set=a.122096331321000464
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,495
    ค่าพลัง:
    +97,153
    [​IMG]ไม่ใช่แค่ที่หาดใหญ่ หลายจังหวัดในภาคใต้น้ำท่วมหนักมาก หลายพื้นที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ ขาดแคลนอาหารและสิ่งของจำเป็น ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบอุทกภัยทุกพื้นที่…
    [​IMG]
    ttps://www.facebook.com/photo?fbid=122117954175000464&set=a.122096331321000464
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,495
    ค่าพลัง:
    +97,153
    25aa.png ไม่ใช่แค่ที่หาดใหญ่ หลายจังหวัดในภาคใต้น้ำท่วมหนักมาก หลายพื้นที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ ขาดแคลนอาหารและสิ่งของจำเป็น ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบอุทกภัยทุกพื้นที่…
    -9KA_6OcD2Sm1j-gQ1xs07dfIGxZRbVChZbB3unLORM6Gmq4rBBECaymYNTUA&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent.fbkk17-1.jpg
    ttps://www.facebook.com/photo?fbid=122117954175000464&set=a.122096331321000464
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,495
    ค่าพลัง:
    +97,153
    4ceWIJg-kLFDT9sgO1DBIMwEPYBJBtGai_9Yb8t2eU7U50aq7-6LfAYOxdKZM&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent.fbkk17-1.jpg

    Qz4jISR-c81uvgajgmAX4J73qoSfamjxIpvPyVROKR-9r_H9lC6OKCaPYGa9s&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent.fbkk17-1.jpg

    สงขลาวิกฤติ '715 โรงงานเสียหาย 1.28 พันล้าน' โรงไฟฟ้า 17 แห่งหยุดชั่วคราว ‘EGCO ขนอม’ เดินเครื่องเต็มกำลัง!
    #โรงงานในจังหวัดสงขลา 715 แห่ง มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 1,282 ล้านบาท ข้อมูลจาก #สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา รายงานว่าพื้นที่อำเภอหาดใหญ่, จะนะ, นาทวี, เทพา, สะบ้าย้อย, บางกล่ำ, รัตภูมิ, สะเดา, ระโนด, ควนเนียง, นาหม่อม และคลองหอยโข่ง ได้รับผลกระทบหนัก
    .
    ประเภทอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบประกอบด้วย:
    #อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร 29 โรง
    #แปรรูปไม้ยางพารา 97 โรง
    #ผลิตภัณฑ์ยางพารา 103 โรง
    #ผลิตภัณฑ์พลาสติก 44 โรง
    #ผลิตภัณฑ์โลหะ 53 โรง
    #ขุดตักดินและดูดทราย 310 โรง
    #อุตสาหกรรมบริการ 79 โรง
    .
    #โรงไฟฟ้า 17 แห่งทั้งภาครัฐและเอกชนไม่สามารถผลิตไฟได้ เบื้องต้นกระทรวงอุตสาหกรรมได้สั่งให้ประสานกับ #โรงไฟฟ้ากระบี่และขนอม เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตทดแทนและรักษาเสถียรภาพระบบไฟฟ้าภาคใต้
    .
    แม้ #นิคมอุตสาหกรรมบางแห่ง ยังไม่ถูกน้ำท่วมโดยตรง แต่เนื่องจากถนนและพื้นที่โดยรอบถูกน้ำล้อมรอบ ทำให้ ไม่สามารถนำวัตถุดิบเข้าผลิตได้ เหมือนพื้นที่ “ไข่แดงล้อมน้ำ” เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ได้ออกมาตรการเร่งด่วน...
    #พักชำระหนี้ สูงสุด 12 เดือน และขยายระยะเวลาตั๋วสูงสุด 180 วัน
    #เติมทุนฉุกเฉิน วงเงินกู้ 10% ของวงเงินเดิม สูงสุด 200,000 บาท ดอกเบี้ย MLR ปลอดชำระเงินต้น 12 เดือน
    #สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สำหรับลูกค้าเดิมและใหม่ อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3% 3 ปี ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี วงเงินสูงสุด 15 ล้านบาท
    .
    นายธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ #EGCO Group เผยว่า โรงไฟฟ้าขนอม เดินเครื่องเต็มกำลังที่ 930 เมกะวัตต์ เพื่อทดแทนกำลังผลิตของโรงไฟฟ้าอื่นที่หยุดชั่วคราว และสนับสนุนความมั่นคงของระบบไฟฟ้าภาคใต้
    .
    EGCO Group ระบุว่าได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมบรรเทาผลกระทบ พร้อมส่งกำลังใจให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ปลอดภัยผ่านวิกฤติครั้งนี้
    .
    .
    #น้ำท่วมสงขลา
    #น้ำท่วมหาดใหญ่
    #วิกฤตภาคใต้
    #ภาคใต้สู้ภัยน้ำท่วม
    #อุทกภัย2568
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/thaitribune1
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,495
    ค่าพลัง:
    +97,153
    บุคลากร ม.อ. เตือนวิกฤตน้ำท่วมหาดใหญ่ เผยประชาชนอพยพไม่ทัน - รัฐต้องปรับสื่อสาร”

    26 พฤศจิกายน 2568 วิกฤตน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้เผยให้เห็น #ช่องโหว่ในการรับมือภัยพิบัติ ของทั้งประชาชนและหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะในช่วงน้ำสูงถึงหลังคาบ้าน
    .
    รศ.ดร.สมพร คุณวิชิต คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) เผยว่า ขณะเกิดวิกฤต มีประชาชน นับร้อยรายทักขอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยกว่า 90% ขออพยพออกจากพื้นที่ทันที เพราะ #ติดค้างในบ้าน และ #ขาดแคลนอาหาร มาหลายวัน
    .
    “เกือบ 90% เลย คือขอให้ช่วยอพยพออก ซึ่งจริง ๆ มันควรจะออกไปตั้งแต่ยังไม่เยอะแล้ว… คนไม่คิดว่าน้ำจะสูงขนาดนี้” รศ.ดร.สมพร ระบุ
    .
    ปัญหาหลักมาจาก การประเมินสถานการณ์ต่ำเกินไป ทั้งจากประชาชนและหน่วยงานรัฐ แม้ว่ามีการแจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast, ประกาศธงแดงเทศบาล และข้อมูลโซเชียลมีเดีย แต่ประชาชนยังคงชะล่าใจและไม่ตระหนักถึงความรุนแรงของเหตุการณ์
    .
    รศ.ดร.สมพร เสนอแนะว่า รัฐต้องปรับวิธีการสื่อสารในภาวะวิกฤต โดยเน้นการสร้าง “ความกลัวที่สร้างสรรค์” ให้ประชาชนตื่นตัวและเตรียมพร้อม เช่น

    หลีกเลี่ยงคำพูดให้มั่นใจเกินจริง เช่น “จะเอาอยู่” หรือ “สถานการณ์จะดีขึ้น 100%”
    เน้นย้ำให้ประชาชนรับผิดชอบตัวเอง และเตรียมความพร้อมในการอพยพ
    สร้างความตระหนกเล็กน้อยเพื่อกระตุ้นความตื่นตัว
    .
    รศ.ดร.สมพร ยังเตือนถึง วิกฤตซ้ำซ้อน สำหรับนักท่องเที่ยว เพราะในช่วง 2-3 วันแรกของน้ำท่วม หน่วยงานท่องเที่ยวและกีฬายังไม่มีการตั้งศูนย์ช่วยเหลือเฉพาะกิจ ทำให้ผู้มาเยือนขาดการดูแลและประสานงาน
    .
    ข้อเรียกร้องชัดเจนคือ ควร #ตั้งศูนย์ช่วยเหลือแยกสำหรับนักท่องเที่ยว เพื่อสื่อสารภาษาและประสานงานอย่างรวดเร็ว พร้อมเตรียมความช่วยเหลือให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น
    .
    เสียงสะท้อนจากบุคลากร ม.อ. ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ระบบบริหารจัดการภัยพิบัติและการรับรู้ความเสี่ยงของประชาชนยังต้องปรับปรุงอย่างเร่งด่วน เพื่อรับมือกับวิกฤตน้ำท่วมซ้ำซ้อนในอนาคต
    .

    #น้ำท่วมสงขลา
    #น้ำท่วมหาดใหญ่
    #วิกฤตภาคใต้
    #ภาคใต้สู้ภัยน้ำท่วม
    #อุทกภัย2568
    .
    #Thaitribune

    xKkRRFny2vli3QVNtpC95qr8mHO1XIvdGlFoLs34_oe1tzhlkjZw_NAtfFQNg&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent.fbkk17-1.jpg


    ttps://www.facebook.com/photo/?fbid=1390976153046425&set=a.454661883344528
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,495
    ค่าพลัง:
    +97,153
    0b4UNh-W3lRVnA4_AMVxfJJSx3GwHtwL_rclMv4takW9rX09k0ltx9Pte-goQ&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent.fbkk17-1.jpg

    oGzYidlUUPV0fRbMECKwc2kUDprrTNLL4Gg_JS6SrNKV4OmhBUh35qFSMyj2I&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent.fbkk17-1.jpg

    Lg6GSHqHIINB4BELPKFPhQAd8YlZTTFoZAgFedMl3jJmNy9UO9XipUw3_J_4Y&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent.fbkk17-1.jpg


    จับตา “พายุโคโตะ” เข้าใกล้เวียดนาม 28–30 พ.ย.เสริมลมแรงทั่วประเทศ ภาคใต้ตอนล่างยังอ่วม ฝนถล่มต่อเนื่อง 60% น้ำป่ายังทะลัก
    6 #ฝนตกหนักถึงหนักมาก ท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ไทยตอนบนอากาศเย็นลง ลมแรง
    .
    พายุโซนร้อน “โคโตะ” เสริมแรงลม ทำไทยตอนบนเย็นจัด
    ทั้งนี้ การเคลื่อนตัวของ #พายุโซนร้อน “โคโตะ” (#KOTO) ก่อตัวบริเวณประเทศฟิลิปปินส์ ล่าสุดมีแนวโน้มจะเลื่อนลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนกลางวันนี้ ก่อนจะทวีกำลังแรงขึ้นและเคลื่อนเข้าใกล้ชายฝั่ง #ประเทศเวียดนามตอนใต้ในช่วง 28–30 พฤศจิกายน
    .
    #ไต้ฝุ่นโคโตะ แปลว่าพิณ ญี่ปุ่นตั้งชื่อ (琴) เป็นพายุหมายเลข 27 ได้ก่อตัวขึ้นแล้วในทะเลซูลู ประเทศฟิลิปปินส์ คาดว่ามุ่งหน้าตะวันตกมาทะเลจีนใต้ และอาจขึ้นฝั่งทางตอนใต้ของเวียดนาม
    .
    แม้เส้นทางของพายุจะ ไม่พัดเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่การมาถึงของ “โคโตะ” ทำให้ #มวลอากาศเย็น จากจีนและเวียดนามแผ่แรงขึ้น ส่งผลให้อุณหภูมิในภาคเหนือ–อีสาน และพื้นที่ตอนบนของประเทศลดลงทันที 1–2 องศาเซลเซียส พร้อมลมแรงตลอดทั้งวัน
    .
    กรมอุตุฯ แจ้ง สภาพอากาศในภาคใต้ยังคงวิกฤต #ฝนยังตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ตอนล่างของประเทศ โดยจังหวัด พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ตรัง และสตูล เป็นโซนที่มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองถึง 60% ของพื้นที่ พร้อมพบจุดเสี่ยงฝนหนักกระจายเป็นบางแห่ง เตือนประชาชนให้เฝ้าระวัง น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยใกล้เชิงเขาและพื้นที่ลุ่มต่ำ
    .
    ปัจจัยสภาพอากาศ: หย่อมความกดอากาศต่ำ -มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ
    หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่เลื่อนออกไปปกคลุมทะเลอันดามันตอนล่างและช่องแคบมะละกา ทำให้เกิดการยกตัวของอากาศแบบรวดเร็ว ขณะเดียวกัน มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังปานกลาง ยังคงปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้พายุฝนยังไม่ลดระดับความรุนแรงตามที่คาดการณ์ไว้
    .
    ในทะเลอ่าวไทยคลื่นลมเริ่มอ่อนตัวลงเล็กน้อย แต่ยังพบคลื่นสูงเฉลี่ย ประมาณ 2 เมตร และอาจสูงกว่านั้นในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ชาวเรือและชาวประมงจึงถูกเตือนให้หลีกเลี่ยงการเดินเรือในช่วงที่มีพายุฝนเกิดขึ้น
    .
    สรุปสภาพอากาศทั่วประเทศ (26 พ.ย.–เช้าวันที่ 27 พ.ย.)
    #ภาคเหนือ อากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิลดลง 1–2°C ต่ำสุด 11–18°C สูงสุด 25–30°C ยอดดอยหนาวจัด ต่ำสุด 5–15°C
    .
    #ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เย็นถึงหนาว ลมแรงชัดเจน ต่ำสุด 12–18°C สูงสุด 25–29°C ยอดภู 10–16°C
    .
    #ภาคกลาง อากาศเย็น ลมกระโชกเป็นช่วง ต่ำสุด 18–21°C สูงสุด 27–29°C
    .
    #ภาคตะวันออก เย็นและมีลมแรง ต่ำสุด 19–23°C สูงสุด 29–31°C
    .
    #ภาคใต้ฝั่งตะวันออก
    ตอนบน: อากาศเย็น
    ตอนล่าง: ฝนฟ้าคะนอง 60% – เสี่ยงฝนหนักใน พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส
    ต่ำสุด 19–24°C สูงสุด 27–30°C
    .
    #ภาคใต้ฝั่งตะวันตก
    ฝนฟ้าคะนอง 60% – หนักบางพื้นที่ใน ตรัง และสตูล
    ต่ำสุด 22–23°C สูงสุด 27–30°C
    .
    #กรุงเทพฯ–ปริมณฑล
    อากาศเย็น ลมแรง ต่ำสุด 20–22°C สูงสุด 28–30°C
    .
    #น้ำท่วมสงขลา
    #น้ำท่วมหาดใหญ่
    #วิกฤตภาคใต้
    #ภาคใต้สู้ภัยน้ำท่วม
    #อุทกภัย2568
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/thaitribune1
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,495
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Nov 27, 2025 เสียหายยับ! น้ำท่วมครั้งใหญ่ภาคใต้ทุบยางพาราเสียหายกว่า 4,500 ล้านบาท พื้นที่ปลูกยางพังพินาศกว่า 4 ล้านไร่ ผลผลิตสูญถึง 90,000 ตัน ชาวสวนยางเดือดร้อนกว่า 160,000 คน

    นายเพิก เลิศวังพง รักษาการผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย หรือกยท. เปิดเผยว่าประเทศไทยในฐานะที่เป็นผู้ผลิตยางพารารายใหญ่อันดับหนึ่งของโลกได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติน้ำท่วมครั้งใหญ่ทางภาคใต้ซึ่งส่งผลให้ การผลิตยางพาราของประเทศไทยเสียหายมากถึง 90,000 ตัน หรือคิดเป็นมูลค่าเสียหายกว่า 4,500 ล้านบาท

    สำหรับพื้นที่ยางพาราที่ได้รับผลกระทบจากมหาอุทกภัยทางภาคใต้ในครั้งนี้คิดเป็น 4.1 ล้านไร่ และยังส่งผลกระทบต่อพี่น้องกับเกษตรกรชาวสวนยางพารามากกว่า 160,000 คน ที่สำคัญ คาดการณ์ว่าผลผลิตของยางพาราที่ผลิตออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วมีจำนวนมากถึง 40,000 ตัน ได้รับความเสียหายทั้งหมดใน 9 จังหวัดภาคใต้ที่ถูกน้ำท่วมเป็นวงกว้าง นอกจากนี้ เมื่อระดับน้ำท่วมลดลงเข้าสู่ภาวะปกติ คาดว่าความเสียหายจากการผลิตยางพาราจะเพิ่มสูงกว่านี้ขึ้นอีก 2 เท่า

    #หาดใหญ่ #สงขลา #ภาคใต้ #น้ำท่วม #ภัยพิบัติ #ฝนตก #เศรษฐกิจ #BTimes #ยางพารา #สงขลา #ตรัง #นครศรีธรรมราช
    https://www.facebook.com/share/p/16Zm8ZxYNg/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,495
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ช่วงนี้ฝั่งกัมพูชาดูจะคึกคักกันเป็นพิเศษ มีการเดินทางไปถึงหอเอกสารในฝรั่งเศส ถ่ายภาพคู่กับแผนที่กระดาษเก่าอายุร้อยกว่าปี พร้อมประกาศเสียงดังฟังชัดว่า “นี่คือแผนที่ลับที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน” เหมือนเพิ่งค้นพบสมบัติที่ซ่อนอยู่ในห้องใต้ดินตั้งแต่ยุคล่าอาณานิคม แต่ความจริงแล้ว…มันไม่ได้ใหม่อย่างที่พยายามทำให้ดูเลยแม้แต่น้อย

    แผนที่มาตราส่วน 1:200,000 ชุดนี้ ไม่ได้ลับ ไม่ได้สูญหาย และไม่ใช่หลักฐานปริศนาอะไรทั้งสิ้น นักวิชาการไทย–กัมพูชา–เวียดนาม รวมทั้งมหาวิทยาลัยในยุโรปก็เห็นกันมานานแล้ว มีอยู่ในฐานข้อมูลของ Library of Congress และแหล่งต่างประเทศอื่น ๆ มานานนับสิบปี สิ่งใหม่มีเพียงอย่างเดียวคือ “เขาได้เห็นฉบับจริงบนกระดาษ” ซึ่งก็ยินดีด้วย แต่เนื้อหาและความหมายทางกฎหมาย ไม่เคยเปลี่ยนเลยสักนิด

    แล้วปัญหาสำคัญคืออะไร?
    คือแผนที่ชุดนี้ ถูกอ้างว่ามีสถานะ “เหนือกว่าสนธิสัญญา” ทั้งที่ความจริงตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง

    เพราะสิ่งที่กำหนดเส้นเขตแดนไทย–กัมพูชา “ไม่ใช่แผนที่”
    แต่คือ สนธิสัญญา ค.ศ. 1904 และ 1907 ระหว่างสยามกับฝรั่งเศส
    ซึ่งเป็นเอกสารที่มีผลผูกพันทางกฎหมายระหว่างประเทศอย่างแท้จริง

    ย้อนกลับไปดูเอกสารจริง ๆ
    จะเห็นหัวใจสำคัญที่สุดของทั้งสองสนธิสัญญาคือข้อความที่ว่า:

    “เส้นเขตแดนต้องยึดตามสันปันน้ำของเทือกเขาพนมดงรัก”

    ไม่ใช่เส้นที่ใครวาดลงบนกระดาษ
    ไม่ใช่เส้นที่เบี่ยงลงมาตามใจ
    และไม่ใช่เส้นที่วาดขึ้นฝ่ายเดียวโดยไม่ผ่านคณะกรรมการร่วม

    ในสนธิสัญญา ค.ศ. 1904 ฝรั่งเศสและสยามระบุให้ตั้ง “คณะกรรมการปักปันเขตแดนร่วม” (Mixed Commission) เพื่อเดินสำรวจจริงบนภูเขาและจัดทำแผนที่ที่ “ต้องสอดคล้องกับสันปันน้ำ” ส่วนสนธิสัญญา ค.ศ. 1907 แม้จะเป็นการแลกเปลี่ยนดินแดนเพิ่มเติม แต่หลักการเดิมเรื่องเส้นสันปันน้ำก็ยังคงเหมือนเดิม ไม่มีข้อความใดอนุญาตให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งลากเส้นเขตแดนออกจากสันเขา

    คำว่า “สันปันน้ำ” หรือ watershed line นี่แหละที่เป็นรากฐานทั้งหมด
    มันคือเส้นบนสันเขาที่แบ่งทิศทางการไหลของน้ำ—ฝั่งหนึ่งไหลลงไทย อีกฝั่งไหลลงกัมพูชา เป็นเส้นธรรมชาติที่ตรวจสอบได้ คงทน และได้รับการยอมรับในกฎหมายระหว่างประเทศอย่างกว้างขวาง

    เมื่อเข้าใจตรงนี้แล้ว ปัญหาของแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 ก็ชัดเจนมากขึ้นทันที
    เพราะแผนที่ชุดนี้ แม้จะถูกอ้างว่าเป็นของฝรั่งเศส แต่ถูกจัดทำโดยฝ่ายเดียว ไม่มีการลงนามรับรองร่วมกับคณะกรรมการไทย และที่สำคัญที่สุดคือ

    แผนที่หลายช่วง “ไม่สอดคล้องกับสันปันน้ำจริง” ตามที่สนธิสัญญากำหนด

    โดยเฉพาะบริเวณตาควาย–ภูมะเขือ–พระวิหาร

    ศาลโลกเอง (ICJ คำพิพากษา 1962) ยังยอมรับว่า
    แผนที่บางฉบับมีความคลาดเคลื่อนจากภูมิประเทศจริง
    เป็นเพียง “เอกสารประกอบ” ที่มีข้อผิดพลาด
    ไม่ใช่เอกสารกำหนดเขตแดนตามสนธิสัญญา

    ---

    * แล้วทำไมไทยต้อง “สู้ด้วยเอกสารและวิชาการ” ไม่ใช่สู้ด้วยอาวุธ?

    นี่คือคำถามยอดฮิตที่มักถูกถามเวลามีข่าวชายแดน หลายคนพูดว่า “รบ ๆ ไปให้มันจบ”
    แต่ความจริงคือการรบไม่เคยทำให้ดินแดนเป็นของใครในเชิงกฎหมาย
    สิ่งเดียวที่ศาลโลกหรือประชาคมนานาชาติเพ่งเล็ง คือเอกสารที่ลงนามร่วมกัน

    สงครามอาจชนะได้ แต่ “การพิสูจน์หลักฐานว่าแผ่นดินนั้นเป็นของไทยตั้งแต่ต้น” ต่างหากที่ทำให้ไทยยืนได้ในเวทีโลก และเป็นเหตุผลว่าทำไมเราต้องยืนยันหลักสันปันน้ำ ต้องต่อสู้ด้วยเอกสาร ต้องตีความสนธิสัญญาให้ชัด และต้องอธิบายความคลาดเคลื่อนของแผนที่ในเชิงวิชาการ

    นี่ไม่ใช่การอ่อนข้อ แต่คือ “การปกป้องดินแดนด้วยหลักฐานที่ศาลยอมรับได้ 100%”
    และเป็นวิธีเดียวที่ทำให้ดินแดนไทยมั่นคงที่สุดในระยะยาว

    ---

    ดังนั้น ไม่ว่ากัมพูชาจะหยิบแผนที่เก่าแผ่นใดออกมาโชว์
    ไม่ว่าจะแสดงภาพว่าพบเอกสารลับกี่ครั้ง
    ข้อเท็จจริงสำคัญที่เปลี่ยนไม่ได้คือ—

    เส้นเขตแดนที่ไทยใช้อยู่ปัจจุบัน คือเส้นที่สอดคล้องกับสนธิสัญญา 1904–1907 มากที่สุด

    และเป็นเส้นที่มีสถานะทางกฎหมายเหนือกว่า “แผนที่ฝ่ายเดียว” ทุกฉบับ

    เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องตื่นตระหนก
    เขาแค่จัดโชว์ของเดิมให้ดูอลังการเท่านั้นเอง
    เราก็แค่ตอบด้วยข้อเท็จจริงตามเอกสารจริง—จบครับ

    ---

    เชิงอรรถ (Footnotes)

    ¹ Convention between France and Siam (13 February 1904). เอกสารสนธิสัญญากำหนดเส้นเขตแดนตามหลัก “สันปันน้ำ” (ridge of the watershed) และให้ตั้งคณะกรรมการปักปันเขตแดนร่วม (Mixed Commission). แหล่งข้อมูล: U.S. Office of the Historian, https://history.state.gov/historicaldocuments/frus1905/d927

    ² Franco–Siamese Treaty (23 March 1907). สนธิสัญญาฉบับเพิ่มเติมที่ยังคงยืนยันการกำหนดเขตแดนให้สอดคล้องกับสันปันน้ำ พร้อมการแลกเปลี่ยนดินแดนบางส่วนระหว่างสยาม–ฝรั่งเศส. แหล่งข้อมูล: https://en.wikipedia.org/wiki/Franco-Siamese_Treaty_of_1907

    ³ International Court of Justice (ICJ). Case Concerning the Temple of Preah Vihear (Cambodia v. Thailand), Judgment of 15 June 1962. ศาลโลกระบุว่าแผนที่ของฝรั่งเศสเป็น “เอกสารประกอบ” (annexed map) และบางส่วนคลาดเคลื่อนจากสันปันน้ำจริง. แหล่งข้อมูล: https://www.icj-cij.org/en/case/45

    ⁴ Prescott, J. R. V. (1987). Political Frontiers and Boundaries. Routledge. หนังสืออธิบายหลักสันปันน้ำ (Watershed Principle) ที่ใช้กำหนดเส้นเขตแดนในกฎหมายระหว่างประเทศ.

    ⁵ Faculty of Law, Thammasat University. (2021). Significant Chronological Events relating to the Temple of Phra Viharn case. เอกสารสรุปขั้นตอนสำคัญของข้อพิพาทไทย–กัมพูชา รวมถึงกระบวนการปักปันเขตแดนหลังสนธิสัญญา 1904–1907. แหล่งข้อมูล: https://www.law.tu.ac.th/wp-content...icant-Chronological-Events-re-Phra-Viharn.pdf

    ⁶ Rizqullah, F. (2022). How France is responsible for the Thai–Cambodian border conflict. บทวิเคราะห์ประเด็นความคลาดเคลื่อนของแผนที่ 1:200,000 ที่ฝรั่งเศสจัดทำฝ่ายเดียว และผลต่อข้อพิพาทชายแดนในปัจจุบัน. แหล่งข้อมูล:

    ⁷ Ministry of Foreign Affairs of Thailand (MFA). Factsheet on Thai–Cambodian Boundary (2013). เอกสารอ้างอิงทางการทูตเกี่ยวกับเส้นเขตแดนไทย–กัมพูชา และการตีความสนธิสัญญาในกลไก ICJ 2013.
    FB_IMG_1764251772051.jpg FB_IMG_1764251774092.jpg FB_IMG_1764251776216.jpg FB_IMG_1764251778286.jpg
    https://www.facebook.com/share/17nBWHE4WL/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,495
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ) ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของกัมพูชาสำหรับปี 2025 จากระดับ 6.2% เหลือ 4.8% และเหลือ 4% สำหรับปี 2026 อ้างอิงผลกระทบทางลบจากความตึงเครียดชายแดน นักท่องเที่ยวขาเข้าลดลงและกิจกรรมที่ซบเซาในภาคการเงิน

    ในรายงานที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ไอเอ็มเอฟเน้นว่าเศรษฐกิจของกัมพูชายังคงเร่งเครื่องในปี 2024 และการเติบโตแตะระดับ 6% ได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของการส่งออกภาคสิ่งทอและการเกษตรและการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว แนวโน้มดังกล่าวยังคงสานต่อจนถึงช่วงครึ่งปีแรกของปี 2025 ทำให้ช่วงนั้นมีการประมาณการว่าเศรษฐกิจของกัมพูชาจะขยายตัวถึง6.2% เมื่อเทียบเป็นรายปี

    อย่างไรก็ตามเรื่องช็อคที่เกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน ทั้งประเด็นพิพาททางการค้า, ความตึงเครียดตามแนวชายแดนกับไทยและการเติบโตของสินเชื่อที่ซบเซา เผยให้เห็นความอ่อนแอทางเศรษฐกิจ และสัญญาการชะลอตัวทางเศรษฐกิจกำลังปรากฏขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2025

    รายงานล่าสุดของไอเอ็มเอฟ คาดหมายว่าเศรษฐกิจกัมพูชาจะขยายตัวในอัตราที่ลดลง เหลือ 4.8% ในปี 2025 และดำดิ่งลงไปมากกว่านั้นเหลือ 4% ในปี 2026 การปรับเปลี่ยนตัวเลขประมาณการณ์ดังกล่าว เป็นผลสะท้อนจากการสูญเสียเงินที่แรงงานส่งกลับประเทศและภาวะถดถอยด้านการท่องเที่ยว ซึ่งคาดหมายว่าจะเป็นตัวถ่วงอุปสงค์ภายในประเทศ ขณะที่มาตรการรีดภาษีจะส่งผลให้รายได้จากการส่งออกลดลง

    รายงานระบุว่าความตึงเครียดตามแนวชายแดนที่โหมกระพือขึ้นรอบใหม่อาจบ่อยทำลายความเชื่อมั่น ก่อผลกระทบไม่พึงประสงค์หนักหน่วงขึ้นต่ออุปสงค์ภายในประเทศ รวมถึงเสถียรภาพของภาคการท่องเที่ยวและภาคการเงิน พร้อมบอกว่าหนี้ภาคเอกชนระดับสูง หนี้เสีย(เอ็นพีแอล)ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และความอ่อนแอด้านธรรมาภิบาล อาจซ้ำเติมความเสี่ยงต่างๆที่มีต่อเสถียรภาพทางการเงิน

    (ที่มา:พนมเปญโพสต์)

    https://www.facebook.com/share/1D4up3t4ra/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,495
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ในวันพฤหัสบดี(27พ.ย.) ระบุว่าจะยุติปฏิบัติการรุกรานยูเครน ถ้าเคียฟถอนตัวจากดินแดนต่างๆที่มอสโกกล่าวอ้างเป็นของตนเอง ไม่เช่นนั้นกองทัพของเขาจะเดินหน้าใช้กำลังเข้ายึดครอง

    กองทัพรัสเซียรุกคืบอย่างช้าๆแต่ว่าต่อเนื่อง ตลอดแนวตะวันออกของยูเครน ในการต่อสู้กับกองกำลังยูเครนที่เป็นรองทั้งในแง่กำลังพลและอาวุธ ขณะเดียวกันสหรัฐฯได้ดำเนินการครั้งใหม่ในความพยายามผลักดันยุติการสู้รบที่ยืดเยื้อมากว่า 4 ปี นำเสนอแผนหนึ่งๆอันน่าประหลาดใจ ที่หวังว่าท้ายที่สุดแล้วจะได้ข้อสรุปในการเจรจากับมอสโกและเคียฟที่กำลังมาถึง

    "ถ้ากองทัพยูเครนออกจากดินแดนทั้งหลายที่พวกเขายึดครอง เมื่อนั้นเราจะหยุดปฏิบัติการสู้รบ" ปูตินกล่าวระหว่างเดินทางเยือนคาซัคสถาน "ถ้าพวกเขาไม่ เมื่อนั้นเราจะบรรลุเป้าหมายนั้น ด้วยวิถีทางด้านการทหาร"

    รัสเซียควบคุมดินแดนต่างๆครอบคลุมพื้นที่ราวๆ 1 ใน 5 ของยูเครน ประเด็นการยึดครองดินแดน ที่ทางเคียฟบอกว่าจะไม่มีทางยอมสละ เป็นหนึ่งในอุปสรรคใหญ่โตที่สุดที่ขัดขวางกระบวนการสันติภาพ ส่วนอีกหนึ่งประเด็นสำคัญในการเจรจาคือ การรับประกันสันติภาพแก่ยูเครนของตะวันตก ซึ่งทางเคียฟบอกว่ามีความจำเป็นเพื่อป้องกีนไม่ให้มอสโก เปิดฉากรุกรานอีกในอนาคต

    แผนเดิมของวอชิงตัน ที่ร่างขึ้นโดยปราศจากการมีส่วนร่วมของบรรดาพันธมิตรยุโรปของยูเครน จะพบเห็นเคียฟถอนตัวจากแคว้นโดเนสตก์ ทางตะวันออกของประเทศ และสหรัฐฯให้การรับรองโดยพฤตินัย ว่าแคว้นโดเนตสก์, ไครเมียและลูฮันสก์ เป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย

    สหรัฐฯถอนแผนเดิมกลับไปเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ ตามหลังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มาจากเคียฟและยุโรป และจนถึงตอนนี้ยังไม่ได้เผยแพร่เวอร์ชันใหม่ออกมา

    อันดรีย์ เยอร์มัค ผู้ช่วยระดับสูงของ โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ปฏิเสธอย่างแข็งกร้าวต่อการสละดินแดนใดๆ ระหว่างให้สัมภาษณ์กับแอตแลนติก สื่อมวลชนสหรัฐฯ ที่เผยแพร่ในวันพฤหัสบดี(27พ.ย.)

    "ตราบใดที่เซเลนสกีเป็นประธานาธิบดี ไม่มีใครควรมาโน้มน้าวให้เราสละดินแดน เราจะไม่ยอมลงนามปล่อยมือจากดินแดนใดๆ" เยอร์มัคกล่าว "สิ่งที่เราทุกคนสามารถพูดกันอย่างจริงๆจังๆในตอนนี้ก็คือกำหนดเส้นขอบแนวปะทะ" เขาระบุ อ้างถึงแนวหน้ายาวเหยียดเป็นระยะทางกว่า 1,100 กิโลเมตร

    สตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนเจรจาของสหรัฐฯ คาดหมายว่าจะเดินทางไปมอสโกในสัปดาห์หน้า เพื่อหารือเกี่ยวกับข้อเสนอฉบับแก้ไข จากการเปิดเผยของปูติน ส่วน เยอร์มัค บอกว่า แดน ดริสคอฟฟ์ รัฐมนตรีทบวงทหารบกสหรัฐฯ มีกำหนดเยือนเคียฟในช่วงปลายสัปดาห์นี้

    ในความเห็นวันพฤหัสบดี(27พ.ย.) ปูติน เน้นย้ำคำกล่าวอ้างที่ว่า รัสเซีย ปิดล้อมทหารยูเครน ในเมืองโปครอฟสก์และมีร์โนกราด ในแคว้นโดเนสตก์ ทางภาคตะวันออกของยูเครน พื้นที่ที่มีการสู้รบดุเดือดที่สุดและเป็นเป้าหมายหลักของกองกำลังมอสโก

    นอกจากนี้แล้ว ปูติน ยังกล่าวอ้างว่ารัสเซียยังรุกคืบในวอฟชานสก์และซิเวอร์สก์ เช่นเดียวกับขยับเข้าใกล้เมืองกูเลียโพเล ศูนย์กลางโลจิสติกสำคัญ อย่างไรก็ตามยูเครนปฏิเสธว่า โปครอฟสก์และมีร์โนกราด ไม่ได้ถูกปิดล้อม และยืนกรานว่ากองกำลังของพวกเขายังคงสกัดกั้นศัตรูไว้ที่แนวหน้า

    ข้อมูลจากสถาบันศึกษาสงคราม(ISW)ในสหรัฐฯ ที่วิเคราะห์โดยเอเอฟพี พบว่ากองกำลังรัสเซียพิชิตชัยรุกคืบเฉลี่ย 467 ตารางกิโลเมตรต่อเดือนในปี 2025 เพิ่มขึ้นจากปี 2024

    มอสโกเปิดฉากรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบในเดือนกัมภาพันธ์ 2022 โหมกระพือความขัดแย้งติดอาวุธครั้งเลวร้ายที่สุดในยุโรปนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 สงครามได้เข่นฆ่าผู้คนไปหลายหมื่นรายและทำประชาชนหลายล้านคนต้องหลบหนีจากบ้านเรือนของตนเอง

    (ที่มา:เอเอฟพี)

    https://www.facebook.com/share/p/1Eatvxfcbz/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,495
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ต่อให้พรมแดนต่างกัน… แต่ “น้ำตาธรรมชาติ” ไหลท่วมเหมือนกันทั้งภูมิภาค
    ฝนตกแช่ 5 วัน หนักเท่าฝนทั้งปีมารวมกัน เตือนเราว่า โลกกำลังเปลี่ยนเร็วจนเราไล่ไม่ทัน

    นี่คือภาพเดียวกันใน ไทย – มาเลเซีย – เวียดนาม – ฟิลิปปินส์
    ทุกประเทศเจอ “อุทกภัย” ที่โหมกระหน่ำไม่ต่างกัน
    นี่ไม่ใช่เรื่องของประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของเราทุกคน

    ️ ธรรมชาติกำลังบอกว่า
    อย่าประมาท
    อย่าชะล่าใจ
    และต้องช่วยกันปกป้องโลกใบนี้ ก่อนที่มันจะสายไปกว่านี้…

    #TH
    “อุทกภัยประเทศไทย”
    5 วัน ที่หนักเท่าหนึ่งปี น้ำท่วมเมืองทั้งเมือง เตือนว่าเราต้องเตรียมพร้อมมากกว่าที่เคย

    #MY (Malay)
    “Banjir di Malaysia”
    Hujan lebat selama 5 hari, seakan hujan setahun turun sekaligus. Alam sedang memberi amaran — jangan leka.

    #VN (Vietnamese)
    “Lũ lụt tại Việt Nam”
    Mưa lớn 5 ngày bằng cả năm. Thiên nhiên đang nhắc nhở chúng ta: hãy tỉnh thức và đừng chủ quan.

    #PH (Filipino)
    “Baha sa Pilipinas”
    Limang araw ng malakas na ulan, parang isang taong ulan na bumagsak sabay-sabay. Paalala ng kalikasan — maging handa, huwag maging kampante.

    ทั่วอาเซียน… เรากำลังเผชิญสิ่งเดียวกัน
    และเราต้องรอดไปด้วยกัน
    FB_IMG_1764378731894.jpg
    https://www.facebook.com/share/1FrNVzaTkT/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,495
    ค่าพลัง:
    +97,153
    การคว่ำบาตรที่งี่เง่าที่สุดในประวัติศาสตร์! เพราะคำพูดเรื่อง “ไต้หวันมีเหตุ” จีนถึงกับตัดไฟกลางเวทีดูหมิ่นนักร้องญี่ปุ่น‼️

    จีนตอบโต้คำกล่าวของนายกฯ ญี่ปุ่น ซะนาเอะ ทาคาอิชิ เรื่อง “ไต้หวันมีเหตุคือญี่ปุ่นมีเหตุ” ด้วยการคว่ำบาตรแบบเสียสติครั้งใหญ่ แต่เรื่องที่บ้าคลั่งที่สุดคือเหตุการณ์ที่นักร้องญี่ปุ่น มาคิ โอทสึกิ โดนในงาน Shanghai Bandai Carnival—เธอกำลังร้องเพลงวันพีซอยู่ดี ๆ จู่ ๆ ไฟถูกตัด เพลงหยุด และมีเจ้าหน้าที่สองคนพุ่งขึ้นเวทีแย่งไมค์ บังคับให้ลงจากเวทีทันที‼️

    ภาพเหตุการณ์เผยให้เห็นเธออ้าปากค้างด้วยความช็อก ก่อนถูกบังคับให้เดินลงเวทีท่ามกลางความงงงัน ผู้ชมเดือดจัด ด่ากันสนั่นว่า “ตัดทิ้งหมดทั้งประเทศแบบจีนล้วน ๆ” และ “ไร้มารยาทสุด ๆ”! การที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนลากความโกรธทางการเมืองมาใส่งานคอนเสิร์ตการ์ตูน ทำให้คนทั้งโลกตกตะลึงกับความแข็งกร้าวและไร้อารยธรรม‼️

    รายการคว่ำบาตรอันเหลวไหลนี้ยังรวมถึงคอนเสิร์ตของดีวาญี่ปุ่น อายูมิ ฮามาซากิ ที่เซี่ยงไฮ้ด้วย ทำให้ศิลปินและแฟนคลับกลายเป็นเหยื่อของการต่อสู้ทางการเมืองของจีน ทีมงานโอทสึกิออกมาบอกว่าเป็นเหตุ “สุดวิสัย” ขณะที่ชาวเน็ตจีนประชดแรงว่า เธออาจเป็น “เสียงญี่ปุ่นเสียงสุดท้าย” ที่ได้ร้องบนแผ่นดินจีน‼️



    อายูมิ ฮามาซากิ ถูกสั่งยกเลิกคอนเสิร์ตเซี่ยงไฮ้อย่างหยาบคาย ก่อนตัดสินใจ “ร้องทั้งคอนเสิร์ตคนเดียวในฮอลล์ว่างเปล่า” เพื่อแฟน ๆ‼️

    คอนเสิร์ตของอายูมิ ฮามาซากิ ที่มีกำหนดจัดที่ Pudong Football Stadium ถูกสั่งยกเลิกก่อนวันแสดงเพียงหนึ่งวัน โดยอ้าง “เหตุสุดวิสัย”! หลายฝ่ายมองว่านี่เป็นผลจากความโกรธทางการเมืองของจีนต่อญี่ปุ่น เวทีที่ทีมงานสร้างนานถึง 5 วัน ถูกบังคับให้รื้อทิ้งทันที ทำให้แฟนกว่า 14,000 คนช็อกและผิดหวังสุดขีด‼️

    อายูมิออกคำขอโทษยาว เผยถึงความตกใจและความจำใจ เพราะได้รับ “คำสั่งให้ยกเลิก” ก่อนหน้านั้นหนึ่งวัน เธอยังได้ตัดเอฟเฟกต์ไฟทั้งหมดออกเพื่อไว้อาลัยเหยื่อเหตุไฟไหม้ฮ่องกง แสดงน้ำใจงดงามซึ่งตรงข้ามกับความโหดเย็นชาของการตรวจสอบทางการเมืองจีนอย่างชัดเจน‼️

    แม้งานถูกยกเลิกอย่างเป็นทางการ แต่อายูมิไม่ยอมก้มหัวให้การเมือง! เธอเข้าฮอลล์ตามกำหนด ยืนบนเวทีที่ว่างเปล่า และร้องคอนเสิร์ตครบหนึ่งรอบเต็มด้วยตัวคนเดียว พร้อมบันทึกวิดีโอทั้งหมดเพื่อมอบให้แฟนคลับในอนาคต ถือเป็นการตอบโต้ความอยุติธรรมด้วยศิลปะ จนถูกยกย่องว่าเป็น “ต้นแบบของการใช้ศิลปะตอบโต้อุปสรรค”‼️

    FB_IMG_1764572255833.jpg FB_IMG_1764572258335.jpg



    By เจินจู ไหน่ฉา

    https://www.facebook.com/share/p/1Bymzu3MHT/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,495
    ค่าพลัง:
    +97,153
    มหันตภัยซิงเกิ้ลมัม อาหวง (ไม่มีไม้หันอากาศ) หนุ่มใหญ่ชาวจีนวัย 40 นัดบอดกับสาวซิงเกิ้ลมัม 4 ชั่วโมงแล้วตกลงแต่งงานเลย สุดท้ายโดนสูบจนเงินล้านที่เก็บมาหายวับภายใน 1 เดือน แถมโคตรช้ำ ทั้งเดือนได้ซัดแค่ทีเดียวคืนแรก หลังจากนั้นสะกิดแล้วโดนบ่ายเบี่ยง ทำท่ารังเกียจใส่

    1. พรี่หวง จิงเฉิน หนุ่มใหญ่วัย 40 ชาวเมืองเหิงหยาง มณฑลหูหนานของจีน ออกมาเปิดความช้ำกับประสบการณ์รักซิงเกิ้ลมัม ที่เจอกันได้ 4 ชม. แล้วแต่งงานเลย และถูกสูบเงินที่เก็บมาทั้งชีวิตไปหมดเลย จนเป็นไวรัลในโซเชียลจีน

    2. เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อพรี่หวง ได้รับการติดต่อจากแม่สื่อประจำหมู่บ้าน ให้ไปนัดดูตัวกับซิงเกิ้ลมัมรายหนึ่ง ซึ่งพรี่หวงอยู่เป็นโสดมานาน อายุ 40 แล้วยังไม่แต่งงาน (ไม่มีรายงานว่ายังซิงอยู่หรือไม่) ทำให้ทางบ้านก็กดดันให้รีบๆ แต่งงาน จึงตอบตกลงไปดูตัว

    3. ในวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา พรี่หวงได้ไปเจอกับซิงเกิ้ลมัมลูก 1 แต่ยังเผ็ชยังกะหม่าล่าน้ำมันวัวรสดั้งเดิม แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงคือ มีกองเชียร์ตามมาด้วยนั่นก็คือแม่สื่อพร้อมคนรู้จักในหมู่บ้านอีก 8 คนรวมเป็น 9 คนที่ไม่เกี่ยวข้อง เข้ามาร่วมวงนัดบอดนี้

    4. บรรยากาศยังกะงานชุมนุมขายตรง ที่แม่สื่อพร้อมพวก เชียร์อัพพรี่หวงให้รีบเอาซิงเกิ้ลมัมรายนี้ไปเลยไม่ต้องเลือกแล้ว

    5. การนัดบอดครั้งนี้ใช้เวลา 4 ชั่วโมงถ้วนตั้งแต่ 8 โมง จนถึงเที่ยงตรง พร้อมข้อเสนอแบบมัดมือให้พรี่หวงจ่ายค่าสินสอดจำนวน 200,000 หยวน (ประมาณ 900,000 บาท) ทันที เพื่อเป็นการจอง และไปจดทะเบียนสมรสตอน 5 โมงเย็นทันที

    6. พรี่หวงมีเมียแล้ว

    7. พิธีแต่งยังไม่เริ่มเพราะมันรวดเร็วมาก แต่พรี่หวงก็ได้เข้าห้องหอในคืนนั้นเลยโดยการพาซิงเกิ้ลมัมที่ตอนนี้เป็นเมียพรี่หวงแล้วไปนอนที่โรงแรม และได้จัดเมียป้ายแดง (ของพรี่หวง แต่ป้ายขาวของคนอื่น) ในคืนนั้นหนั่นๆ ไป 1 ดอก

    8. หลังจากคืนนั้นทั้งคู่ก็แยกย้ายกลับบ้านใครบ้านมัน โดยพรี่หวงพยายามรบเร้าให้เมียย้ายมาอยู่ที่บ้านให้สมกับที่จ่ายเงินค่าสินสอดไปให้ แต่ก็ได้รับการบ่ายเบี่ยง และที่สำคัญพิธีแต่งงานตามประเพณี ซิงเกิ้ลมัมก็ไม่ได้พูดถึงว่าจะให้แต่ง มีแต่การบ่ายเบี่ยงไปว่ายังไม่พร้อม แต่ก็หยอดว่าก็เป็นผัวเมียกันตามกฎหมายแล้วจะรีบทำไม

    9. พรี่หวงแทบไม่ได้พบเจอหน้าเมียเลย เพราะซิงเกิ้ลมัมบอกไม่ว่าง พยายามไม่มาเจอ พอมาเจอเพราะเลี่ยงไม่ได้ หน้าก็งอ พรี่หวงจะกอด จะหอมจะจับมือก็บ่ายเบี่ยง ทำเป็นอายแล้วด่าพรี่หวงด้วยว่า "รุกเกินจนทำให้กลัว"

    10. แม้จะไม่อยากเจอแต่...กลับขอเงิน เช่น ขออั่งเปาในวัน Qixi (วาเลนไทน์จีน) จำนวน 1,314 หยวน (ประมาณ 6,000 บาท) อ้างว่าขอเพราะเป็นประเพณี เดี๋ยวเอาคืนให้ แต่ตามสเต็ป เงียบ พรี่หวงเงินสูญ

    11. ขอเงินอีก 2,300 หยวน (ประมาณ 10,000 บาท) บอกว่าจะเอาไปซื้อคอมให้ลูกสาวไว้ใช้เรียนหนังสือ

    12. พรี่หวงได้สติหลังจากที่เงินหมด ไม่มีให้แล้ว แล้วโดนซิงเกิ้ลมัมไล่ให้ไปทำงานที่มณฑลกวางตุ้ง เพื่อส่งเงินมาให้ใช้

    13. วันที่ 8 กันยายน พรี่หวงเช็คเงินเก็บทั้งชีวิต ก็พบว่าเงิน 240,000 หยวน (ประมาณ 1.1 ล้านบาท) หายเกลี้ยงหมดบัญชี หมดตูดเพราะซิงเกิ้ลมัมคนเดียวภายใน 1 เดือน

    14. สรุปพรี่หวงใช้เงินล้านบาท เพื่อซัดซิงเกิ้ลมัมทีเดียว โคตรขาดทุน

    15. ชาวเน็ตจีนด่าพรี่หวงว่าโคตรโง่ แล้วไล่ให้ไปฟ้องหย่า แจ้งตำรวจให้จับเมียและอีีแม่สื่อพร้อมแก๊งด้วย เพราะมีการตั้งข้อสังเกตว่านี่อาจจะเป็นแก๊งโรแมนซ์สแกมเมอร์ หลอกพวกไก่อ่อนที่ไม่เคยสัมผัสหืให้รักแล้วสูบจนหมดตัว

    แหะๆ

    FB_IMG_1764572396706.jpg

    https://www.facebook.com/share/1BiT5xDTap/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,495
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อย่างนี้เรียก "เงินฝืด" ได้ยัง
    ไทย อัตราเงินเฟ้อ"ติดลบ" 8 เดือนติดต่อกันแล้ว! ล่าสุด รายงานของเดือน พ.ย. ปรากฏว่า -0.49% เหตุค่าไฟถูกลง น้ำมันเชื้อเพลิงถูกลง❓❓❓
    วัดจากอะไร ... ที่แน่ๆ คงไม่ใช่จาก "ความรู้สึก" เพราะถ้าความรู้สึกของเราๆ เหมือนมันไม่ถูกเท่าไหร่
    ก็คงย่อมต้องมีตัวเลขที่ทางหน่วยงานราชการบันทึกไว้ ... ซึ่งมันถูกลง

    (ถ้า core คือไม่นับพวกอาหารสด เชื้อเพลิง จะกลายเป็น +0.66%)

    อธิบายนิดหนึ่ง ปกติเงินเฟ้อจะเทียบดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI - Consumer Price Index) ว่าของเดือนนี้ เทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว จะเพิ่มขึ้นมากน้อยเท่าไหร่ (year-on-year basis)
    ⚠️⚠️⚠️"ติดลบ" 8 เดือนซ้อน คือ ข้าวของปีนี้ถูกกว่าปีที่แล้ว 8 เดือนซ้อน
    ขนาดนั้นเลย ...

    ปีนี้ ผ่านไปแล้ว 11 เดือน ได้ว่าอัตราเงินเฟ้อ "ติดลบ"-0.12%

    ทั่วไป นิยามกันว่า เงินเฟ้อติดลบ ก็พอเรียกได้ว่า "เงินฝืด" แล้ว
    บ้างก็ขึ้นอยู่กับว่าต้องนานเท่าไหร่ ... ถ้านานขนาด 8 เดือน คิดว่าคงไม่ต้องสงสัยแล้ว
    บ้างก็ว่ายังต้องอาศัยดัชนีอื่น เช่น GDP deflator
    ก็ว่ากันไป

    เงินเฟ้อ = ข้าวของแพงขึ้น (เทียบปีที่แล้ว)
    เงินฝืด = ข้าวของถูกลง (เทียบปีที่แล้ว)

    ในความรู้สึกของชาวบ้าน แบบนี้เงินฝืดก็ต้องดีสิ ไม่ทำร้ายกระเป๋าเราเกินไป
    แต่ในเชิงเศรษฐกิจ มันแย่บรรลัยเลย (แล้วจะย้อนมาส่งผลร้ายต่อเราเองในที่สุด)
    เงินฝืด สะท้อนว่าคนไม่จับจ่ายใช้สอย ของมีเหลือเฟือในตลาด (ของมีมากกว่าความต้องการ) ราคามันก็เลยต้องลดลง ซึ่งพ่อค้าแม่ค้า ผู้ผลิตก็จะไปไม่ค่อยไหว ก็คนทั้งไม่ซื้อของ ราคาก็ต้องกดลงอีก รายได้ก็ย่อมไม่สู้ดี เงินก็ไม่คล่องมือ จ่ายโบนัสไม่ได้ ขึ้นเงินเดือนไม่ได้ เอ่อ นี่ยังไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าถึงขั้นต้องลดคนงาน นี่ก็เรื่องใหญ่เลย คนก็ยิ่งไม่มีปัญญาจะซื้อของ
    นี่ก็คือพิษของเงินฝืด

    เงินเฟ้อหน่อยๆ คือกำลังสวย (แต่หน่อยเท่าไหร่ถึงพอดี นี่ขึ้นอยู่กับหลายอย่าง)
    แต่เงินเฟ้อหนัก คงไม่ต้องบอก ระยำตำบอนมาก เพราะชาวบ้านจะเดือดร้อนแสนทรมาน ข้าวของแพงเกินไป ก็ฉิบหายเป็นแน่แท้

    เราจำเป็นต้องกลับมาโงหัวเป็นบวกหน่อยๆ ครับท่าน สำหรับอัตราเงินเฟ้อ

    ผ่านมา 8 เดือนแล้ว ยังไม่เห็นวี่แวว
    นี่เป็นภาพที่ไม่ดีเอาซะเลย

    ลดดอกเบี้ย ใครๆ ก็พูดกัน แต่เราไม่ใช่ประเทศเจริญๆ แล้ว ที่ลดดอกเบี้ยแล้วเห็นผลในการเพิ่มสภาพคล่องสู่ระบบอย่างมีประสิทธิภาพ แหม ใช้คำซะสวยหรูเลย ... จริงๆ คือ ลดดอกเบี้ย แล้วไม่ทำให้ธุรกิจกู้มาลงทุนเพิ่ม ไม่ทำให้คนกู้มาซื้อของเพิ่มได้สักเท่าไหร่
    เพราะอะไร ทุกคนคงทราบดี สภาพเศรษฐกิจมันบักโกรก ต้องหาทางกระตุ้นจากอย่างอื่น
    การเงิน (ทางแบงก์ชาติ) ไม่พอ ก็ต้องการคลัง (ทางรัฐบาล)
    แล้วถามว่า "คนละครึ่ง" มันได้ผลไหม สะพัดขึ้นไหม ... นี่ก็เป็นนโยบายที่ทำมานานมากแล้ว
    ก็ปั๊มหัวใจได้ชั่วครู่ชั่วยาม

    แต่สุขภาพโดยรวม ไอกระปอดกระแปด ต้องหายาบำรุงขนานใหญ่มาโด๊ป

    แล้วอะไรล่ะที่จะมาแก้

    ไม่ต้องไล่ผมไปเป็นนายกฯ นะครับท่าน ...
    เขียนถึงบอล คนไล่ไปเป็นโค้ชเอง
    เขียนถึงหนัง คนไล่ไปเป็นผู้กำกับเอง
    เขียนถึงเงินเฟ้อ ไม่รู้จะไล่ไปเป็นอะไรดีแล้ว

    https://www.facebook.com/share/17nWB6DiDx/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,495
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ⚠️⚠️⚠️เตือนชาวโลก ค่าเรือขนส่งน้ำมัน "แพงระเบิด"และเรือขนส่งก๊าซ ถ่านหิน ก็แพงบรรลัยด้วยเช่นกัน!!! ระวัง "เงินเฟ้อ" มาถามหาถึงหน้าประตูรถเร็วๆ นี้!คือตัวน้ำมัน ตัวก๊าซ อาจไม่ค่อยแพง แต่ดันมาเจอ "ค่าเรือ" แพงไง ส่งผลให้ราคาที่มาถึงประชาชนมันหนักได้!
    แพงขนาดไหนกันเชียว?
    ค่าเรือบรรทุกน้ำมัน เพิ่มขึ้น +513% (เทียบจากเปิดปี)
    ค่าเรือบรรทุกก๊าซ เพิ่มขึ้น +518%
    ค่าเรือเทกอง (ถ่านหิน) เพิ่มขึ้น +255%

    ... นี่คือยังดีแล้วนะ ผ่อนๆ มาจากปลายเดือน พ.ย. หน่อย

    ปัญหาคืออะไรกันแน่
    บอกตามตรง ผมที่คลุกคลีอยู่ในแวดวงข่ายๆ นี้ขอตอบว่า "ผมไม่รู้เลยครับ"
    มันขึ้นแบบไม่มีเหตุผล ไม่มีเลยจริงๆ
    ถ้าตามข่าว ก็จะบอกว่าเพราะอเมริกานำพวกชาติตะวันตกไล่คว่ำบาตร "กองเรือผี" shadow fleet ที่ลอบขนน้ำมันรัสเซีย
    ไม่จริงครับ
    มันไล่คว่ำมาตั้งนานแล้ว คว่ำแล้วคว่ำอีก คว่ำจนจะหมดแล้ว ... อ้าว ก็นี่ไง เพราะคว่ำจนจะหมดไง ทำให้เรือตลาดโลกมันตึงๆ มือ ไม่ค่อยมีให้ใช้
    ต้องอธิบายว่า "มีส่วนครับ ... แต่ไม่ขนาดนั้น"
    เรือยังมีไม่หวาดไม่ไหว ไม่ว่าเรือผีหรือไม่ผี และไม่ใช่เพิ่งมาคว่ำแบบคว่ำทันทีทันใด คว่ำทีเป็นกะบิ ... ก็ไม่ใช่งั้น
    เพราะมันคว่ำสะสมมาเรื่อยๆ ๆ
    มีเวลาตั้งตัว ค่อยเป็นค่อยไป

    "ฮูตี" ก็ยิ่งแล้วใหญ่ เพราะเส้นนั้น มีปัญหามานานนมจนชาชินเป็นปกติธรรมดาแล้ว

    ล่าสุด คว่ำ "ลุกออยล์" กับ "รอสเนฟต์" บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่รัสเซีย ทำให้จำเป็นต้องเร่งหาจากแหล่งอื่นแทน
    ใช่ ก็มีส่วน แต่ก็ไม่ขนาดนั้นอยู่ดี (ขนาดจะขึ้นทะลุ 500%!)

    ยิ่งก๊าซ ยิ่งไปกันใหญ่ บอกว่าเพราะ on the water เยอะ
    คือเพราะของล้นตลาด ทำให้ของ "อยู่ระหว่างเดินทางในทะเล" ... แล้วก็มีอาการทอดน่อง เดินแบบดึงๆ แบบอ่อยๆ
    ไม่ต้องรีบมานะ
    (เพราะของมา ก็ต้องหาที่ใส่ ก็ต้องรีบเคลียร์สต็อก หรือที่เอาเข้าบ้านไม่ได้ ก็ต้องหาทาง re-sell เอาไปขายต่อแทน ซึ่งลูกค้าก็หาง่ายที่ไหน ของมีเต็มกันทั้งนั้น
    กับอีกอย่าง คือคนขายเอง ก็มีที่เป็น portfolio player ซึ่งรับของมาแล้ว เพราะทำสัญญาเทอมไว้ แต่ยังหาที่ปล่อยไม่ได้ในตลาดสปอต
    ก็ต้องให้เรือลอยลำไว้ ล่องเอื่อยๆ โดยไร้จุดหมายไปก่อน)
    มันพอมีเหตุมีผลนะ แต่ไม่ใช่เท่าไหร่
    เพราะยังไงซะ ก๊าซมันไม่เหมือนน้ำมัน มันจะมี boil-off gas
    ถึงจะแช่เย็นไว้ให้เป็นของเหลวเพื่อยัดลงเรือ มันก็ยังระเหยกลายเป็นก๊าซได้ง่าย ดังนั้น floating ไว้กลางทะเลแบบน้ำมันไม่ได้ มันเสียของไป

    มันอยู่ทะเลไม่ได้นานหรอก

    อีกเหตุผลก็ว่ากันไปว่า ระยะนี้เรือวิ่งข้ามแอตแลนติกเยอะมาก จากอเมริกามายุโรป (เพราะของมันเยอะเกินไป ต้องรีบระบาย) ทำให้ต้องใช้เรือวิ่งเยอะ แล้วก็ไปเบียดเอาสล็อตของเรือจากฝั่งแปซิฟิกไปรับตรงนั้นแทน

    ก็ ... พอมีผลนะ
    แต่ไม่ขนาดนั้น

    ส่วนเรื่องถ่านหิน ผมไม่สันทัด ได้แต่อ่านข่าวเอง แต่คิดตามไม่ได้

    สรุปแล้ว มันขึ้นแรงมากเกินไปโดยไม่มีเหตุผลสมควรมารองรับ
    ถ้าเป็นแบบนี้ sentiment จะผลักได้แรงมาก --- ก็ประมาณว่า "ปั่น" น่ะแหละ
    แต่มันแรงยาวๆ ไม่ได้ อย่างเก่งก็อีก 1-2 เดือน เพราะมันไม่มีเหตุปัจจัยที่เป็นของจริงไง

    อย่างไรก็ตาม ระยะนี้ อย่างน้อยก็ 1-2 เดือน
    ต้นทุนส่วนนี้ มันน่าจะต้อง "ส่งผ่าน" มาถึงประชาชน
    มีจุก มีเจ็บ
    น้ำมัน ก๊าซ ถ่านหิน ล้วนเป็นเชื้อเพลิงในด้านต่างๆ ทั้งนั้น รถรา โรงงาน ไฟฟ้า ฯลฯ
    ถ้าจะลุ้น ก็ต้องลุ้นให้พวกราคาตัวน้ำมัน ก๊าซ ถ่านหิน ต้องดิ่งลงเยอะๆ เพื่อมาหักลบ offset จากค่าขนส่งที่มันกระฉูดขนาดนี้
    (ซึ่งมีลุ้น เพราะปีนี้ ราคาน้ำมันกับก๊าซปลายปี ค่อนข้างจะตกๆ)

    ก็ ... สถานการณ์ไม่ค่อยดีครับ

    อ้อ ยังดีนะครับ ตอนนี้เรือคอนเทนเนอร์ถือว่าปกติดี ไม่มีผลกระทบ
    ค่อนข้างต่ำซะด้วยซ้ำ
    ก็ยังมีเรื่องดีครับ

    หมายเหตุ ค่าเรือข้างบนที่คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ คือยึดเส้นทางหลักตอนนี้
    น้ำมัน : ตะวันออกกลางมาจีน / ก๊าซ : อเมริกามาฮอลแลนด์ / ถ่านหิน : ออสเตรเลียมาจีน

    https://www.facebook.com/share/p/1BRSkKZzkj/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,495
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน! เงินรูปีของอินเดียอ่อนทะลัก 90 รูปี/ดอลลาร์แตกครั้งแรกในประวัติศาสตร์
    เฉียดไปเฉียดมาอยู่พักใหญ่ สุดท้ายเปรี้ยง‼️‼️‼️
    แล้วจากนี้จะยังไงต่อ
    เศรษฐกิจร้อนแรงมากนะครับท่าน ล่าสุด GDP ไตรมาสสามของปีนี้ +8.2% และต้องอย่าลืมด้วยว่า นี่ขนาดโดนกำแพงภาษีทรัมป์ 50%!!!!!
    ก็คงเพราะไม่ลืมนี่แหละ ถึงทำให้รูปีอ่อนขนาดนี้ สวนทางกับเศรษฐกิจที่กำลังกระฉูด!
    ปีนี้ รูปีอ่อนไปแล้ว 5% (year-to-date)
    จบปี กำลังจะทำสถิติเป็นค่าเงินที่อ่อนยับที่สุดของเอเชีย (ตอนนี้กำลังเบียดๆ ชิงกับรูเปียห์ของอินโดนีเซียอยู่)

    จนกว่าโน่นแน่ะ จนกว่ารัฐบาลอินเดียจะดีลกับทรัมป์ได้แหละครับท่าน เงินทุนถึงจะหยุดไหลออก
    นักลงทุนเลือกจะมองข้ามเศรษฐกิจที่ยังแข็งแกร่ง แต่เพ่งพะวงไปที่กำแพงภาษี
    ปีนี้ เงินทุนต่างชาติไหลออกจากตลาดหุ้นอินเดีย 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์เข้าไปแล้ว (year-to-date)
    ขณะที่ FDI ที่เข้ามาลงทุนบนแผ่นดินอินเดียปีนี้ก็เอื่อยๆ

    นอกจากนี้ "ขาดดุล" การค้า ล้นทะลัก 4 หมื่นล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ... นี่ส่งผลต่อค่าเงินโดยตรง

    เห็นที "สู้ค่าเงิน" แบบเบาๆ อย่างที่ผ่านมาไม่ได้แล้วล่ะ
    อาจต้องฮึดกว่านี้
    สถานการณ์ไม่ดีเลย เงินรูปีไหลอ่อนระทวยเรื่อยๆ เรื่อยๆ เรื่อยๆ
    จะเป็นปีแล้ว
    หยุดไม่อยู่ และไหลแล้วไหลอีก

    หรือต้องรีบๆ ยอมๆ ทรัมป์ไปซะ

    https://www.facebook.com/share/p/1DCvyxFKQ5/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,495
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กัมพูชาลุกขึ้น"ประนามไทย"กลางเจนีวา !

    กล่าวหา “เล่นการเมืองใส่ระเบิด” แม้หลักฐานอาเซียนชี้ชัด PMN-2 วางใหม่เพียบ—ไทยงัดมาตรา 8 ขอสอบสวนครั้งแรกในประวัติศาสตร์ Ottawa Treaty

    การประชุมอนุสัญญาอ็อตตาวา ณ กรุงเจนีวาเมื่อ 3 ธ.ค. กลายเป็นเวทีเดือดระดับภูมิภาค เมื่อคณะผู้แทนกัมพูชา—นำโดย ลี ธูช (Ly Thuch) รองประธาน CMAA—ลุกขึ้น “ประณามไทยแบบจัดเต็ม” กล่าวหาว่าบางกอกกำลัง “ใช้สนธิสัญญามนุษยธรรมเป็นอาวุธการเมือง” เพื่อเล่นงานพนมเปญในข้อพิพาทชายแดน

    ปัญหาปะทุหลังไทยชี้ว่า
    ตลอดเดือนกรกฎาคม–พฤศจิกายน มีการ วางระเบิด PMN-2 ใหม่หลายสิบลูกในฝั่งไทย เช่น บริเวณพระวิหาร ศรีสะเกษ และอุบลฯ—พื้นที่ที่ GBC และแผนที่สากลยืนยันว่าเป็นของไทย
    ผลคือทหารไทยเจ็บ 20 นาย สูญเสียอวัยวะ 7 ราย

    หลักฐานที่ไทยยื่นต่อที่ประชุม ได้แก่

    ภาพจากโทรศัพท์ทหารกัมพูชาที่หลุดรอด

    คลิปการขุดฝังระเบิด

    รายงานวิเคราะห์จากทีมผู้เชี่ยวชาญอาเซียน
    ซึ่งยืนยันว่าเป็นระเบิดรุ่นใหม่

    “ไม่ใช่ของตกค้างสงครามเย็น”

    ไทยจึงงัด มาตรา 8 ขอให้ตั้ง “คณะกรรมการสอบสวนอิสระ” ซึ่งหากเกิดขึ้นจะเป็นครั้งแรกในรอบ 27 ปีของสนธิสัญญานี้

    แต่กัมพูชาโต้กลับทันทีแบบลั่นห้อง
    อ้างว่าพื้นที่เกิดเหตุ “เป็นของกัมพูชา” ตามสนธิสัญญาฝรั่งเศส 1904–07 และ MOU ปี 2000 พร้อมหันไปตำหนิไทยว่า “เลี่ยงตรวจสอบร่วม” ทำให้ข้อกล่าวหา “ขาดความน่าเชื่อถือทางวิทยาศาสตร์”

    ลี ธูชยังเตือนรัฐภาคี 164 ประเทศว่า
    ไทยกำลัง “เล่นการเมือง (politicize)” สนธิสัญญา และ “ข้ามขั้นตอน” จาก 8(1) ไป 8(2) โดยไม่ปรึกษาโดยตรง
    พร้อมย้ำว่าเครื่องมืออนุสัญญา “ไม่ใช่เวทีชำระแค้นทวิภาคี”

    ฝั่งไทย—นำโดย รมว.ต่างประเทศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว—สวนกลับแบบไม่อ้อมค้อมว่า
    “มีหลักฐานเต็มมือจากทีมอาเซียน” และจำเป็นต้องสอบสวนเร่งด่วนเพื่อให้พนมเปญ “รับผิดชอบตามสนธิสัญญา”

    ---

    ⚔️ เกมยาวยังไม่จบ

    แม้กัมพูชาจะฟาดไทยด้วยข้อหา “ทำสนธิสัญญาเป็นเครื่องมือยุทธศาสตร์” แต่การประกาศเสียงดังกลางเวทีเจนีวาอาจกลายเป็น ดาบสองคม เพราะยิ่งผลักตัวเองเข้าใกล้การสอบสวนอิสระมากขึ้น หากหลักฐานไทยพิสูจน์ได้จริง—ชื่อเสียงด้านมนุษยธรรมของกัมพูชาที่เคยเป็นเจ้าภาพประชุมใหญ่ปี 2024–2027 อาจสั่นสะเทือนอย่างแรง

    แรงกดดันนานาชาติอาจพุ่งทะลุเพดาน และกลายเป็นวิกฤตที่ทำให้พนมเปญต้อง “เลิกวางระเบิด–ปลดชนวน” ความตึงเครียดชายแดนเสียที

    คนไทยเราคงได้แต่พูดว่า

    “I’m just getting started.”

    อย่าคิดว่าจะจบง่าย ๆ GU เพิ่งเริ่ม

    5 ธันวาคม 2568 : คัดข่าว/หาดใหญ่

    ที่มา: Phnom Penh Post, Khmer Times, Reuters, South China Morning Post, Al Jazeera, Bangkok Post, The Nation Thailand, Nikkei Asia, Wikipedia

    https://www.facebook.com/share/17ftR29RDC/
     

แชร์หน้านี้

Loading...